[ หน้าแรก ]

 

 

ส่วนที่ 1  สถานภาพทั่วไป

 

            อำเภอบ้านนาสาร  เป็นอำเภอเก่าแก่อำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  จัดตั้งเป็นอำเภอตั้งแต่ ร..118 โดยชื่อเดิมว่า “อำเภอลำพูน” การปกครองขึ้นตรงมณฑลนครศรีธรรมราช  ต่อมาเมื่อ ร..124 ได้โอนไปขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ อำเภอบ้านนา”

                วันที่ 1 กรกฎาคม 2481 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านนา มาตั้งที่ตำบลนาสาร  เนื่องจากที่ว่าการอำเภอบ้านนา ไม่อยู่ในศูนย์กลางของพื้นที่การปกครอง ไม่สะดวกกับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ  ประกอบกับตำบลนาสาร เหมาะสมตั้งที่ว่าอำเภอและได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอบ้านนาสาร” จนกระทั่งปัจจุบัน

                ต่อมาทางราชการได้พิจารณาเห็นว่า อำเภอบ้านนาสาร มีท้องที่กว้างขวางประชนชนมาก บางตำบลอยู่ห่างไกลจากอำเภอฯไม่สะดวกแก่การปกครอง  กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศแบ่งเขตท้องที่  ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ดังนี้

·       เมื่อ 10 มีนาคม 2511 แยกตำบลเวียงสระ ,ตำบลทุ่งหลวง, ตำบลเขานิพันธ์ เป็นกิ่งอำเภอชื่อว่า “กิ่งอำเภอเวียงสระ” คือ อำเภอเวียงสระ ปัจจุบัน

·       เมื่อ 1 กันยายน 2513 แยกตำบลเคียนซา, ตำบลพ่วงพรหมคร ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า “กิ่งอำเภอเคียนซา” คือ อำเภอเคียนซา ใน ปัจจุบัน
เมื่อ
15 เมษายน 2519 แยกตำบลบ้านนา , ตำบลท่าเรือ ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า “กิ่งอำเภอบ้านนาเดิม” คือ อำเภอบ้านนาเดิม ในปัจจุบัน

     สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร

                   เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ..2481 มีฐานะเป็นกองร้อย หัวหน้าหน่วยตำแหน่ง ผู้บังคับกอง ตัวอาคารที่ทำการเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้อง ครั้งเมื่อปี พ..2511 ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร ได้บริจาคทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังใหม่  แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดงบประมาณให้มาทำการก่อสร้างเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จในปีพ..2515 รูปแบบอาคารเป็นอาคารคอนกรีต ตามแบบปัจจุบัน รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

·       ..2517 เลื่อนตำแหน่งหัวหน้าจากผู้บังคับกอง เป็นสารวัตรใหญ่

·       ..2519 ได้แยกพื้นที่ตำบลท่าชี ,ตำบลควนศรี, และตำบลน้ำพุ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรตำบลท่าชี มีหัวหน้าหน่วย เป็นระดับสารวัตร และปรับโอนกำลังบางส่วนของสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสารไปประจำด้วย

·       ..2534 เลื่อนฐานะหัวหน้าหน่วยจากตำแหน่งสารวัตรใหญ่ เป็น รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจ

·       ..2539 เลื่อนฐานะหัวหน้าหน่วยจากตำแหน่ง รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจ เป็น ผู้กำกับการสถานีตำรวจ

     ทำเนียบหัวหน้าหน่วยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

                                                    

1. ...ประเสริฐ ใจมั่น    ..2481 - 2483
2. ...ขุนประดิษฐ สารบบ    ..2483  – 2484
3. ...เล็ก    ทองประพันธ์    ..2484 – 2486
4. ...ชลิต         ตัณท์วิรุฬ    ..2486 – 2489
5. ...อมร  สวัสดิ์เวทิน    ..2489 – 2490
6. ...มนูญ    เศวตวรรณ   ..2490 – 2491
7. ...ตรุจิต   อรรถจินดา  ..2491 – 2493
8. ...จรุง    กนิษฐสุต      ..2493 – 2494
9. ...ล้ำ  ชาลีวรรณ  

                พ..2494 –

10. ...วิชัย    ไตรวิเชียร   ..2494 – 2495
11. ...พุฒ        เหล่าวนิชย์   ..2495 – 2497
12. ...เขษม     รักษา  ..2497 – 2502
13. ...เพี้ยน      โอษฐเอี่ยม  ..2502 – 2509
14. ...เลื่อน    อินทรสุวรรณ      ..2509 – 2510
15. ...สรวง    ทองหล่อ ..2510 – 2511
16. ...พจน์      พัฒนผลินทร์   ..2511 – 2513
17. ...ผาด   ดวงฤทธิ์  ..2513 – 2517
18. ...การุณย์   ปฐมนุพงศ์   ..2517 – 2522
19. ...จรัส  ณ พัทลุง 

               ..2522 –

20. ...บุญซิต สุขะวิศิษฐ์    ..2522 – 2524
21. ...อนันต์   บรรลือศิลป์     ..2524 – 2527
22. ...นุกูล    นิลทรกิจ  ..2527 – 2530
23. ...ชลินทร์    วิชัยดิษฐ์    ..2530 – 2534
24. ...โกมล      วัตรากรณ์        ..2534 – 2538
25. ...สัทธรรม     อนุกูล       ..2538 – 2539
26. ...สุพจน์    กลิ่นมาลี       ..2539 – 2543
27. ...โรม   ว่องสกุล    ..2543 – 2546
28. ...เทศา  ศิริวาโท    (30..2546 –18 ..2546)
   (รอง ผบก..จว.สุราษฎร์ธานี รกน.ผกก.สภ..บ้านนาสาร)
29. ...สมภพ    กัณฑศรี   ..2546 – 2550
30. พ.ต.อ.พรศักดิ์    นวนหนู    พ.ศ.2550 - 2551
31. พ.ต.อ.อลงกรณ์ สีมาวุธ    พ.ศ.2551 - ปัจจุบัน

                                                                                                              

สถานที่ตั้ง

        สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร ตั้งอยู่เลขที่ 22 ถนนเทศบาล 1 ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โทร. 077-341001   โทรสาร. 077-341782

ที่ดิน

        สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร ตั้งอยู่ในที่ดินราชพัสดุ หมายเลขทะเบียน สฎ 666 มีเนื้อที่ 3 ไร่ 38 ตารางวา

สิ่งก่อสร้าง

        อาคารที่ทำการ                        1      หลัง

        บ้านพักผู้กำกับการ                  1      หลัง

        บ้านพักนายสิบพล 1 คูหา       9      ห้อง

        และยังมีบ้านพักนายสิบพลตำรวจอีก 1 คูหา 10 ห้อง ตั้งอยู่ในที่ราชพัสดุ หมายเลขทะเบียน

สฎ.         เนื้อที่          ไร่           งาน            วา  หมู่ที่ 1 ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความดูแลของ สภ..ท่าชี 

พื้นที่รับผิดชอบ

       สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร  รับผิดชอบพื้นที่   680 ตารางกิโลเมตร พื้นที่  7  ตำบล กับอีก 1 เทศบาลเมือง คือ

        

1. ตำบลพรุพี    จำนวน 7 หมู่บ้าน
2. ตำบลคลองปราบ     จำนวน หมู่บ้าน
3. ตำบลควนสุบรรณ    จำนวน หมู่บ้าน
4. ตำบลทุ่งเตา        จำนวน หมู่บ้าน
5. ตำบลทุ่งเตาใหม่   จำนวน   8   หมู่บ้าน
6. ตำบลลำพูน     จำนวน  7  หมู่บ้าน
7. ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์      จำนวน   6   หมู่บ้าน
8. ตำบลนาสาร      จำนวน 24  ชุมชน
    รวม               24 ชุมชน

26

หมู่บ้าน

                                                                                                                     

อาณาเขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร

        ทิศเหนือ          ติดต่อกับพื้นที่ สภ..ขุนทะเล ต.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี

        ทิศตะวันออก   ติดต่อเขตรอยต่อ สภ.กิ่ง อ.นพพิตำ  จังหวัดนครศรีธรรมราช

        ทิศตะวันตก     ติดต่อกับถนนสายเอเชีย(41) ซึ่ง สภ..ท่าชี รับผิดชอบ

        ทิศใต้               ติดต่อเขต สภ..เวียงสระ   .เวียงสระ

ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายและเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่

                การทำสวนยางพารา           ในพื้นที่ปลูกจำนวน     178,810     ไร่

                การทำสวนปาล์ม                ในพื้นที่ปลูกจำนวน     4,603          ไร่

                สวนเงาะโรงเรียน                ในพื้นที่ปลูกจำนวน     26,902        ไร่

                สวนทุเรียน                          ในพื้นที่ปลูกจำนวน     4,425          ไร่

                สวนลองกอง                       ในพื้นที่ปลูกจำนวน     3,066           ไร่

                สวนลางสาด                       ในพื้นที่ปลูกจำนวน     95                 ไร่

                สวนมังคุด                           ในพื้นที่ปลูกจำนวน     2,503           ไร่

                สวนส้มโชกุล                        ในพื้นที่ปลูกจำนวน     918              ไร่

                สวนสะตอ(สะตอข้าว)          ในพื้นที่ปลูกจำนวน     256              ไร่

                สวนกาแฟ                            ในพื้นที่ปลูกจำนวน     69                 ไร่

                สวนมะพร้าว                         ในพื้นที่ปลูกจำนวน     51                ไร่

                สวนส้มโอ                             ในพื้นที่ปลูกจำนวน     40                ไร่

                สวนสละ                               ในพื้นที่ปลูกจำนวน     131              ไร่

                สวนสะเดาเทียม                   ในพื้นที่ปลูกจำนวน     12                ไร่

                เพาะเลี้ยงปลา                      ในพื้นที่ปลูกจำนวน     181              ไร่

                ทำนาข้าว                             ในพื้นที่ปลูกจำนวน      89                ไร่

                ทำสวนผลไม้ เช่น เงาะโรงเรียน, ส้มโชกุน,กระท้อน,สละ, เป็นต้น  ซึ่ง “เงาะโรงเรียน” ถือได้ว่าเป็นถิ่นกำเหนิดของผลไม้ดังกล่าวและมีรสชาติไม่เหมือนกับที่อื่นใด

                การทำเหมืองแร่ยิปซั่ม

                ทำกิจการโรงไม้ยางพารา

                ทำกิจการโรงอบยางแผ่น

        ประชากรในพื้นที่นับถือศาสนาพุทธ  มีส่วนน้อยมากที่นับถือศาสนาอื่น

ประวัติเงาะโรงเรียนนาสาร

อำเภอบ้านนาสาร เป็นพื้นที่ที่มี “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ” ใต้พื้นดินประกอบด้วยแร่  บนดินมีผลไม้เงาะพันธ์ต้นแรกของประเทศไทย

          เมื่อประมาณปี พ..2480 นาย เคหว่อง ชาวปีนัง ได้เดินทางมาทำกิจการเหมืองแร่ดีบุกที่อำเภอบ้านนาสาร  โดยทำเหมืองที่บ้านเหมืองเกาะและที่บ้านขุนทองหลาง โดยมีที่พักอาศัยอยู่ริมทางรถไฟ (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนนาสารนาย เคหว่อง ได้นำเงาะพันธ์พื้นเมืองของปีนังมานั่งรับประทานแล้วทิ้งเมล็ดไว้ (เงาะปีนัง ผลใหญ่ ลักษณะทรงรี เปลือกหนา ผลสีแดงเข้ม ไม่หวาน) ด้วยเหตุของดินที่ดีและมีความชุมชื้น  อุณหภูมิพอเหมาะ ทำให้เมล็ดที่ถูกทิ้งไว้ งอกขึ้นมาประมาณ 3 ต้น  เมื่อนายเคหว่อง เลิกกิจการเหมืองแร่ ได้ขายบ้านพักพร้อมที่ดินให้กับทางราชการ  สมัยนั้นราคาประมาณ 1,200 บาท  ต่อมาทางราชการได้ตั้งเป็นโรงเรียนชื่อ “โรงเรียนนาสาร” โดยมีครูแย้ม พวงทิพย์ เป็นครูใหญ่  ต้นเงาะทั้ง 3 ต้น มีอยู่ต้นหนึ่งผลของเงาะมีรดชาดหวาน กรอบ อร่อย ซึ่งแตกต่างจากพันธ์เดิม  ครูแย้ม พวงทิพย์ จึงได้คิดขยายพันธ์โดยการตอนกิ่ง  ปลูกและขยายพันธ์ให้กับพี่น้องชาวนาสารปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจของอำเภอบ้านนาสาร  และขยายพันธ์ไปยังต่างจังหวัด  โดยตั้งชื่อจากแหล่งกำเนิดคือ โรงเรียนนาสาร จึงใช้ชื่อว่า “เงาะโรงเรียนนาสาร”

ภูมิประเทศ

          พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอบ้านนาสาร เป็นพื้นที่ราบลาดเอียง จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก มีเนินเขาและภูเขาเป็นบางส่วน  อากาศร้อน  มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปีและเป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารหลายสาย

การคมนาคม

สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร  ถึงตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  การคมนาคมติดต่อได้ ดังนี้

        การคมนาคมทางบก  ใช้รถยนต์ในการสัญจร และรถไฟ

สถานที่ท่องเที่ยว

 ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร  มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น  ในอดีตเป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้ง  เมื่อเหตุการณ์สงบทางกรมป่าไม้ ได้พัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น  ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  ป่าไม้อันทรงคุณค่า  ตั้งอยู่ที่ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์  อำเภอบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    •  น้ำตกดาดฟ้า
 เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีจำนวนชั้นมากกว่า 13  ชั้น ชั้นสูงสุดเป็นหน้าผาลาดชันประมาณ 80 เมตร    ในฤดูฝนน้ำจะไหลเต็มหน้าผาราวกับว่าจะลงมาจากฟากฟ้า จึงได้ชื่อว่า“น้ำตกดาดฟ้า” ชั้นที่สวย ที่สุดคือชั้นที่4 “ดาดฟ้า” อยู่ในท้องที่หมู่ 1 ตำบล ลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    •  น้ำตกเหมืองทวด
น้ำตกเหมืองทวด เป็นน้ำตกอยู่ในพื้นที่ ต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร มีชั้นน้ำตกที่งดงามถึง 7 ชั้น ชั้นที่สูงสุดประมาณ 20 เมตร ตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นไปเยือนอยู่ไม่ขาด  เส้นทางเดินสู่น้ำตกร่มรื่น เย็นสบาย มีไม้ใหญ่ขนาดหลายคน โอบให้เห็นเรียงรายอยู่สองข้างทาง
    •  ถ้ำขมิ้น
ถ้ำขมิ้นหรือถ้ำเหม็น เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ชุมชนคลองหา-นาเตรียะ เขตเทศบาลตำบลนาสาร  ห่างจากตัวตลาดนาสาร ประมาณ 5 กิโลเมตร ภายในถ้ำประกอบด้วยหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ  งดงาม ภายในถ้ำมีห้องต่างๆ มากมาย มีรูปลักษณ์แปลกตาอย่างไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน  ผู้คนได้ตั้งชื่อห้องเหล่านั้นไปต่างๆนานา เช่น ห้องแจกัน ,ห้องเจ้าหญิง,ลานรถจีฟ, เสาเอก, ลานท่านขุน เป็นต้น
    •  โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8
โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ตั้งอยู่ที่บ้านกอบแกบ  ตำบลลำพูน  อำเภอบ้านนาสาร  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัตรราชกุมารี  ทรงมีพระราชดำริพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ  ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจ ประกอบด้วยสวนผีเสื้อ สวนดอกไม้ แหล่งวนเกษตร เส้นทางเดินป่า   ในยามเช้าเมื่ออยู่บนโครงการฯแล้วมองลงมาด้านล่างจะเห็นทะเลหมอกสวยงามไม่แพ้ทางภาคเหนือเลยทีเดียว  และวิวทิวทัศน์ต่างๆก็สวยงามควรค่าแก่การชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

ที่พัก

 ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร มีที่พักอยู่ 2 แห่งคือ

                                .       โรงแรมคลิฟโอเต็ล   ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนาสาร

·       สวนหน้าเขารีสอร์ท  ตั้งอยู่ในตลาดนาสาร มีห้องพัก 10 ห้อง (เป็นห้องพักเดี่ยว) ราคาหลังละ 500-650 บาท โทรศัพท์ 077-249667

·       บ้านพักรับรองบนที่ตั้งโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ติดต่อได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำพูน  โทรศัพท์ 077-344218

ส่วนราชการและสถานการศึกษา

 อำเภอบ้านนาสาร มีสถานที่ราชการและสถานศึกษา ดังต่อไปนี้

1.   ที่ว่าการอำเภอบ้านนาสาร

 

 

2.   สำนักงานเทศบาลเมืองนาสาร

   

3.   สำนักงานที่ดินอำเภอ

   

4.   สำนักงานเกษตรอำเภอ

   

5.   สำนักงานไปรษณีย์

   

6.   โรงพยาบาลบ้านนาสาร

   

7.   สำนักงานการประปา

     

8.   สำนักงานสาธารณะสุข

     

9.   สำนักงานการไฟฟ้า

     

10. สำนักงานขนส่ง

     

11. กรมทหารพรานที่ 45

     
                12. สถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา   จำนวน   4   โรงเรียน
                13.สถานศึกษาในสังกัด สปช  จำนวน  38  โรงเรียน
                14. โรงเรียนเอกชน  จำนวน  3  โรงเรียน
                15.โรงเรียนในสังกัดเทศบาลตำบลนาสาร   จำนวน  5  โรงเรียน
                16.วัด    จำนวน  12 วัด
                17.สำนักส   จำนวน   2  แห่ง
                18.ธนาคาร    จำนวน  5 ธนาคาร
                19.ร้านทอง   จำนวน  9 ร้าน
                20.สถานธนานุบาล  จำนวน  1 แห่ง

                               

ส่วนที่ 2
สถานภาพกำลังพล,อาวุธและยานพาหนะ

 
          อัตรากำลังอนุญาต

                นายตำรวจสัญญาบัตร           27  นาย

                นายสิบพลตำรวจ                 130  นาย

                รวม                            157  นาย

        อัตราตัวคนจริง

                นายตำรวจสัญญาบัตร          15    นาย

                นายสิบพลตำรวจ                 102    นาย

                รวม                            117  นาย

ลำดับ

 ตำแหน่ง

อัตรา
อัตรา
ช่วย
ศึกษา
หนี
ผู้ปฏิบัติ

 

อนุญาต

จริง

ราชการ

อบรม

ราชการ

จริง

1

ผกก.สภ.

1

1

 

 

 

1

2

รอง ผกก.

1

1

 

 

 

1

3

รอง ผกก.สส

1

1

 

 

 

1

4

สวป.

2

2

 

 

 

2

5

สว.สสฯ

1

1

 

 

 

1

5

สว.อก.ฯ

1

1

 

 

 

1

6

พงส.(สบ3)

 

9

1

 1

 

 

-

7

พงส.(สบ2)

2

 

 

 

2

8

พงส.(สบ1)

3

 

 

 

3

6.

รอง สว.สส.

3

-

 

 

 

3

9

รอง สว.ธร.ฯ

1

-

 

 

 

-

10

รอง สวป.

7

2

1

 

 

1

 

          รวม

27

15

1

 

 

14

 

ชั้นประทวน

130

102

6

 

 

96

 

          รวมทั้งสิ้น

157

117

 8

 

 

109

อัตรากำลังพลดังกล่าวได้จัดให้รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่เป็น 5 ลักษณะงาน คือ

·       งานอำนวยการ

·       งานสอบสวน

·       งานสืบสวน

·       งานป้องกันปราบปราม

·       งานจราจร

ในแต่ละสายงานมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับ รองผู้กำกับการ หรือสารวัตรเป็นหัวหน้างาน

งานใดที่ไม่มีนายตำรวจดังกล่าวควบคุมก็ให้อยู่ในการควบคุมกำกับดูแลของผู้กำกับการสถานีตำรวจ

การจัดกำลัง

                  สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร  นอกจากจะแสวงหาความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมจากประชาชนในพื้นที่เป็นหลักแล้ว  ในส่วนความรับผิดชอบโดยตรงของสถานีตำรวจฯยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกตรวจตราตระเวนสืบสวนหาข่าวเหตุการณ์โจรผู้ร้าย  หาข้อมูลความต้องการของประชาชนในพื้นที่  ลาดตระเวนตรวจค้นพิสูจน์ทราบเป้าหมายด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน ดังนี้คือ 

    •  สายตรวจรถยนต์

                สายตรวจรถยนต์ เป็นสายตรวจที่มีความสำคัญต่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม  มีหน้าที่ระงับเหตุ เผชิญเหตุ ไล่ล่า สนับสนุนสายตรวจอื่นๆ ปฏิบัติหน้าที่เป็นผลัดๆละ 8 ชั่วโมง จำนวน 3 ผลัด ออกตรวจตราดูแลรับผิดชอบในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด ตลอดควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจรถจักรยานยนต์ด้วย  โดยมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจำนวน 1 นาย เป็นหัวหน้าควบคุมดูแล มีกำลังชั้นประทวนอีก 3 นาย  หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

    •  สายตรวจรถจักรยานยนต์

              สายตรวจรถจักรยานยนต์เป็นสายตรวจที่มีความสำคัญ มีความคล่องตัวสูง มีประสิทธิภาพในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในเขตเมือง  ชุมชน ยามปกติ  มีหน้าที่ตรวจรับผิดชอบตามเขตตรวจที่กำหนด  สามารถปฏิบัติงานได้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ  เมื่อมีเหตุก็สามารถเข้าไประงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และทำหน้าที่เป็นจุดสกัดเคลื่อนที่อีกส่วนหนึ่งด้วย
การจัดเขตตรวจ  แบ่งออกเป็น 3 เขตตรวจ  สายตรวจรถจักรยานยนต์ปฏิบัติหน้าที่ผลัดๆละ 8 ชั่วโมง แต่ละผลัด มีรถจักรยานยนต์ 3 คัน ประกอบกำลังรถจักรยานยนต์คันละ 2 นาย รวม 6 นาย ออกตรวจรับผิดชอบเขตตรวจละ 1 คัน หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยอยู่ในความควบคุมกำกับดูแลของสายตรวจรถยนต์ที่นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่

    •  สายตรวจประจำตำบล

สถานีตำรวจภูธรบ้านนาสารได้จัดสายตรวจประจำตำบลเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในเขตพื้นที่รอบนอก  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชนในพื้นที่ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น สามารถรับรู้ข่าวสาร ความเดือดร้อน ความต้องการของประชาชนและให้สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนในเบื้องต้นก่อนที่จะถึงพนักงานสอบสวน  โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความรู้ความสามารถมีความประพฤติเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับของประชาชนไปประจำตามสายตรวจประจำตำบลต่างๆ จำนวนตั้งแต่ 3-5 นาย แล้วแต่สภาพพื้นที่รับผิดชอบมากน้อยเพียงไร  ในด้านการปฏิบัติงานก็ได้ให้ประสานการทำงานร่วมกับผู้นำท้องถิ่น เช่น กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,อาสาสมัครตำรวจบ้าน,อาสาสมัครรักษาความสงบหมู่บ้าน(ชรบ.)

·       สายตรวจตำบลพรุพี

·       สายตรวจตำบลคลองปราบ

·       สายตรวจตำบลเพิ่มพูนทรัพย์

·       สายตรวจตำบลลำพูน

·       สายตรวจตำบลควนสุบรรณ

·       สายตรวจตำบลทุ่งเตา

·       สายตรวจตำบลทุ่งเตาใหม่

สายตรวจเดินเท้า

สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร นอกจากจะจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจต่างๆ ไว้ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแล้ว ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายธุรการต่างๆ มาเป็นสายตรวจเดินเท้าในเวลา
กลางคืนเพื่อเสริมการปฏิบัติของสายตรวจหลักโดยให้เดินตรวจตราดูแลในเขตชุมชนหนาแน่น หรือในเขตเทศบาลตำบลนาสาร

     •  สายตรวจจราจร
                 สายตรวจจราจร ประกอบด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 6 นาย  รับผิดชอบการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเช้าและเย็น  นอกเหนือจากเวลาดังกล่าวแล้วได้จัดเป็นสายตรวจเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจหลักอีกชั้นหนึ่ง โดยมอบหมายให้ตรวจตราดูตามธนาคาร,ร้านทองรูปพรรณและการตั้งจุดตรวจเสริมการปฏิบัติ  และให้เป็นสายตรวจประจำจุดต่างๆ ในเขตเทศบาลอีกด้วย
     •  สายตรวจพิเศษ
                 นอกจากจะได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ต่างๆแล้ว  ยังได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษขึ้นเสริมการปฏิบัติอีกหนึ่งชุด เรียกว่า “ ชุดปฏิบัติการพิเศษ” มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้า และมีชั้นประทวนอีก 4 นาย มีหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ, การโจรกรรมรถ, ปราบปรามเรื่องอาวุธปืน, และเป็นสายตรวจเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจอีกส่วนหนึ่งด้วย  โดยให้ออกปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงหรือตามที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายงานให้
      •  สายตรวจชุดสืบสวน
                  สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยกำลัง 5-7 นาย มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้า  ปฏิบัติหน้าที่คือ
             ในสภาวะปกติ

·       เข้าเวรสืบสวนคู่กับพนักงานสอบสวน

·       ไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาข้อมูล พยานหลักฐานในเบื้องต้น

·       ขยายผลการสืบสวนให้ทราบตัวผู้กระทำผิด

·       จัดแบ่งพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแต่ละนายรับผิดชอบ

·       เจ้าหน้าที่สืบสวนเมื่อมีเหตุจะต้องไปที่เกิดเหตุทุกครั้ง

·       สืบสวนหาเป้าหมายต่างๆเพื่อดำเนินการพิสูจน์ทราบ

กรณีคดีเกิดขึ้น

·       เมื่อได้รับแจ้งเหตุจะต้องออกไปยังสถานที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน

·       หาข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้กระทำผิด

·       สืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง

·       ประสานกับพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

·       มอบหมายให้สืบสวนเฉพาะกิจแต่ละเรื่องเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิด

     •  ชุดชุมชนสัมพันธ์และมวลชนสัมพันธ์
                 ดังกล่าวแล้วข้างต้นว่า การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมให้ได้ผลอย่างจริงจังจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่  ในการป้องกันอาชญากรรม และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  ทางสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสารได้จัดชุดชุมชนมวลชนสัมพันธ์ขึ้น 1 ชุด ประกอบกำลังชั้นประทวน 6-7 นาย มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 1 นาย เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล  โดยการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้นำหน่วยออกไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จริงตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา  นอกจากนั้นก็ได้ให้ออกไปพบปะกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบในกรณีที่มีการประชุมตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อไปทำประชาสัมพันธ์และร่วมประชุมกับประชาชนเพื่อจะได้ทราบข้อมูลต่างๆที่ต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้  เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นที่พึงพอใจของประชาชนตามวิสัยทัศน์ของตำรวจภูธรภาค และเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน
     •  อาวุธและยานพาหนะ
ยานพาหนะ ประกอบด้วย

                - รถยนต์                          จำนวน           5     คัน

                - รถจักรยานยนต์             จำนวน         19    คัน

 อาวุธ ประกอบด้วย

        - อาวุธปืน ปลย.11 เอช.เค    จำนวน         32    กระบอก

        - อาวุธปืน ปลก.05 นาโต้        จำนวน         8      กระบอก

        - อาวุธปืน ปลก. เอ็ฟ.เอ็น        จำนวน         3      กระบอก

        - อาวุธปืน ปลซ.02                  จำนวน         2      กระบอก

        - อาวุธปืน เอ็ม 16                   จำนวน         4      กระบอก

        - อาวุธปืน เอ็ม 203                 จำนวน         2      กระบอก

        - อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38     จำนวน         45    กระบอก

        - อาวุธปืน เอ็ฟ.เอ็น 9 มม.       จำนวน         1      กระบอก

     •  อาคารบ้านพักและสวัสดิการ

        - บ้านพักผู้กำกับการ               จำนวน         1      หลัง

       - บ้านพักนายสิบพลตำรวจ     จำนวน          1      หลัง  ( จำนวน  9 ห้อง )

สำหรับบ้านพักนายสิบพลตำรวจนั้นได้จัดสร้างที่ หมู่ 1 ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จำนวน 1 แถว จำนวน 10 ห้อง
ในด้านสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ สภ..บ้านนาสารนั้น  ได้ดำเนินการจัดหาเงินทุนจำนวนหนึ่งมาเพื่อให้ข้าราชการตำรวจใน .บ้านนาสารได้กู้ยืมกันเองโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 โดยเงินทุนนั้นมาจากเงินที่เป็นส่วนของสถานีตำรวจจากสลากบนดินของรัฐบาลส่วน 2 เปอร์เซ็นต์ที่มอบให้แก่สถานีตำรวจไว้พัฒนาหรือใช้จ่ายในสถานีตำรวจนั้นๆ  เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องการเงิน
 นอกจากนี้สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร ได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน ทั้ง 4  ด้าน คือ

1.   ด้านการบริหารและบริการทั่วไป

2.   ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา

3.   ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

4.   ด้านการควบคุมและจัดการจราจร