|
พันธะสัญญาของสถานตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ |
|
1. พันธะสัญญากับประชาชน |
|||
ประเภทของงาน |
ขั้นตอนการปฏิบัติ |
พันธะสัญญา |
ภายใต้กรอบ |
|
1. การขอตรวจสอบประวัติสมัครงานหรือเข้าศึกษาต่อ |
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและกรอกข้อความในเอกสาร 2. ส่งเรื่องไปตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร 3. แจ้งผลการตรวจสอบประวัติ |
ภายใน 30 วัน |
ประชาชนสามารถถือเอกสารไปตรวจสอบพร้อมขอรับผลที่กองทะเบียนประวัติฯ ด้วยตนเองได้ หรือส่งทางไปรษณีย์ด่วนมาก็ได้ |
|
2. การขออนุญาตเล่นงิ้ว |
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อตรวจสอบ หลักฐานเกี่ยวกับการแสดงงิ้ว 2. ส่งบทการแสดงไปตรวจสอบที่สันติบาล 3. รับผลการตรวจบทแปลจากสันติบาล 4. แจ้งผลการพิจารณา |
ภายใน 30 วัน |
|
|
3. การขอต่ออายุใบสำคัญประจำตัว คนต่างด้าว
|
1. พบเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้อง 2. ชำระเงินค่าธรรมเนียม 3. ลงรายการต่ออายุในใบสำคัญฯ 4. ออกใบเสร็จรับเงิน 5. นายทะเบียนลงนาม |
ภายใน 20 นาที |
|
|
4. แจ้งย้ายภูมิลำเนาคนต่างด้าว (ทั้งกรณีย้ายเข้าและย้ายออก) |
1. นำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและ สำเนาทะเบียนบ้านมาพบเจ้าหน้าที่ธุรการ 2. เขียนคำร้อง 3. เจ้าหน้าที่ธุรการลงรายการในใบสำคัญฯ 4. นายทะเบียนลงนาม 5. (กรณีย้ายเข้า)ทำบันทึกขอรับเอกสารต้น เรื่องของคนต่างด้าวจากสถานีตำรวจเดิม |
ภายใน 20 นาที |
|
|
5. ขอปิดรูปถ่ายคนต่างด้าวเมื่อครบระยะ 5 ปี |
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการ พร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 รูป 2. เขียนคำร้อง 3. เจ้าหน้าที่ประทับตรา 4. นายทะเบียนลงนาม |
ภายใน 30 นาที |
|
|
6. การแจ้งการตายของคนต่างด้าว |
1. นำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและใบมรณบัตรพบเจ้าหน้าที่ธุรการ 2. หมายเหตุในเอกสารต้นเรื่องในใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว 3. นายทะเบียนลงนาม 4. ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง |
ภายใน 1 ชั่วโมง |
หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คือ งาน 4 กก.1 ตม.1 สำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง |
|
7. ขอแปลงสัญชาติของคนต่างด้าว |
1. เมื่อคนต่างด้าวได้รับราชกิจจาฯให้แปลงเป็นสัญชาติไทยได้แล้ว มาพบเจ้าหน้าที่ ธุรการ 2. หมายเหตุในเอกสารต้นเรื่องในใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว 3. นายทะเบียนลงนาม 4. ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง |
ภายใน 1 ชั่วโมง |
หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คือ งาน 4 กก.1 ตม.1 สำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง |
|
8. การรับใบแทนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวที่ชำรุดหรือสูญหาย
|
1. นำหลักฐานใบแจ้งความสูญหายหรือ ชำรุดพร้อมรูปถ่ายและสำเนาทะเบียนบ้าน พบเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อยื่นคำร้องและชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ 2. เจ้าหน้าที่ธุรการออกใบเสร็จสอบปากคำ ตรวจสอบเอกสาร และออกเล่มใบสำคัญ 3. นายทะเบียนลงนาม |
ภายใน 1 ชั่วโมง |
|
|
9. ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวใหม่ (ภายใน 7 วัน) |
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการพร้อมใบสำคัญถิ่นที่อยู่และหนังสือแจ้งนายทะเบียนท้องที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วยื่นคำร้องชำระค่าธรรมเนียม 2. ตรวจสอบหลักฐานและยืนยันความถูกต้องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3. ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ 4. เจ้าหน้าที่ออกเล่มใหม่ให้ 5. นายทะเบียนลงนาม 6.ส่งปลายขั้วไปสำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง |
ภายใน 1 ชั่วโมง |
หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คือ งาน 4 กก.1 ตม.1 สำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง |
|
10.ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวใหม่ (เกินกำหนด 7 วัน) |
1. พบเจ้าหน้าที่ธุรการ พร้อมใบสำคัญฯ 2. ตรวจสอบหลักฐานและยืนยันความถูกต้องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3. ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ 4. เจ้าหน้าที่ออกเล่มใหม่ให้ 5. นายทะเบียนลงนาม 6.ส่งปลายขั้วไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง |
ภายใน 1 วัน |
1.หน่วยรับผิดชอบของสำนักงานตรวจ คนเข้าเมือง คืองาน 4 กก.1ตม.1 สตม. 2.ถ้าคนต่างด่าวเป็นผู้เยาว์ (อายุเกิน 12 ปี)ต้องเพิ่มขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือ และสอบปากคำผู้ปกครองพร้อมตรวจสอบหลักฐานยืนยันความถูกต้องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน |
|
2. พันธะสัญญากับข้าราชการตำรวจ |
|||
|
ประเภทของงาน |
ขั้นตอนการปฏิบัติ |
พันธะสัญญา |
ภายใต้กรอบ |
|
1. การเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี |
1.ตร.มีหนังสือสั่งการแจ้งหน่วยจัดทำบัญชี 2. คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนของ หน่วยจัดทำบัญชีแต่ละระดับประชุมพิจารณา3.ผู้มีอำนาจออกคำสั่ง |
ภายใน 5 วัน |
ปีละ 2 ครั้ง ตามวาระที่ ตร.กำหนด |
|
2. การแต่งตั้งกรณีร้องขอกลับภูมิลำเนา |
1.ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับการแต่งตั้งยื่นคำร้องผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาและมีความเห็น (ผู้บังคับบัญชาในสายงาน, ผกก.,ผบก.) 2.ผู้บังคับบัญชาระดับ บช.หรือ ตร.ภาค มีความเห็นเสนอ ตร. 3.คณะกรรมการระดับ ตร.พิจารณา 4.ตร.ออกคำสั่งแต่งตั้ง |
ภายใน 1 วัน |
ตร.พิจารณาปีละ 1 ครั้ง |
|
3. การขอเลื่อนยศ (ชั้นประทวน) |
1.ข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเจ้าหน้าที่ธุรการของสถานีตำรวจตรวจสอบคุณสมบัติและยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร 2.ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาและลงนาม (สภ./ภ.จว.) เสนอ ตร.ภาค 3.ผู้มีอำนาจ (ผบช.)ออกคำสั่งแต่งตั้งว่าที่ยศ |
ภายใน 1 วัน |
|
|
4. การเลื่อนยศ (ชั้นสัญญาบัตร) |
1.ข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเจ้าหน้าที่ธุรการของสถานีตำรวจตรวจสอบคุณสมบัติและยื่นคำร้องพร้อมเอกสาร 2.ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาและลงนาม (สภ./ภ.จว.) เสนอ ตร.ภาค 3.ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ภาค พิจารณาและลงนามเสนอ ตร. 4. ตร.(โดย สกพ.) ตรวจสอบและเสนอนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งแต่งตั้งว่าที่ยศ |
ภายใน 1 วัน |
ปีละ 2 ครั้ง ตามวาระที่ ตร.กำหนด |
|
5. การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ |
1.ตร.มีหนังสือสั่งการแจ้งหน่วยต่าง ๆ รวบรวมรายชื่อข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเสนอภายในกำหนด 2.สภ./กก.เสนอรายชื่อพร้อมเอกสาร ประกอบผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงตร. 3.ตร.เสนอเรื่องถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
|
ภายใน 1 วัน |
ดำเนินการปีละ 1 ครั้ง |
|
6. การขอรับบำเหน็จบำนาญหรือบำเหน็จตกทอด
|
1.ผู้มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญฯ หรือทายาทยื่นเรื่องต่อหัวหน้าสถานีตำรวจ/ผกก. พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.หัวหน้าสถานีตำรวจ/ผกก.ลงนามในเอกสารเสนอ ผบก. |
ภายใน 3 วัน |
-ตร.มอบอำนาจให้ ผบก.เสนอเรื่องโดยตรงไปยังกรมบัญชีกลาง -พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2494 กำหนดต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน |
|
7. การจัดทำบัตรประจำตัวข้าราชการ |
1.ข้าราชการตำรวจยื่นคำร้อง พร้อมหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาลงนาม 2.ผู้มีอำนาจลงนามในบัตร (ผบก.ฯ) |
ภายใน 1 วัน |
|
|
8. การดำเนินการทางวินัย กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง |
1.ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนถึง จ.ส.ต.ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการและพิจารณามีความเห็นในการลงโทษ 2.ผู้ถูกกล่าวโทษเป็นข้าราชการตำรวจชั้นยศ ด.ต.-นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ผบช.เป็นผู้สั่งตั้งกรรมการ และคณะกรรมการจะต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นตามกฎ ก.พ.ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2540) |
ภายใน 3 วัน |
|
|
9. การดำเนินการทางวินัย กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
|
1.ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดกล่าวโทษ หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน 2.ถ้าปรากฏมูลความผิดก็ให้ลงทัณฑ์ หรือถ้าไม่ผิดก็ให้ยุติเรื่อง |
ภายใน 3 วัน |
|
|
10. การร้องทุกข์กรณีถูกลงทัณฑ์
|
ผู้ถูกลงทัณฑ์ยื่นหนังสือทำเป็นชี้แจงเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง |
ภายใน 1 วัน |
|
|
11. การขอให้พนักงานอัยการเป็นทนายแก้ต่างกรณีถูกฟ้องเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครอง |
ยื่นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงให้ปรากฎรายละเอียดและข้อเท็จจริงว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ |
ภายใน 1 วัน |
|
|
12. การขอที่พักอาศัย (กรณีอาคารอิสระของ สน./สภ.) |
1.ข้าราชการตำรวจยื่นคำร้องพร้อมเอกสารเสนอต้นสังกัด (สน./สภ.) 2.ต้นสังกัดตรวจสอบหลักฐานและจัดลำดับ 3.คณะกรรมการระดับ สภ.พิจารณาจัดเข้าพัก |
ภายใน 1 วัน |
เมื่อมีห้องว่างและมีคุณสมบัติครบถ้วน |
|
13. การขอที่พักอาศัย (กรณีอาคารส่วนกลาง)
|
1.ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารเสนอต้นสังกัด (สภ.) 2.ต้นสังกัดตรวจสอบหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชา (เช่น บก.,บช.หรือตร.แล้วแต่กรณี) ตรวจสอบหลักฐานและจัดลำดับ 3. คณะกรรมการพิจารณาจัดเข้าพักอาศัย |
ภายใน 1 วัน |
เมื่อมีห้องว่างและมีคุณสมบัติครบถ้วน |
|
14. การขอรับเงินจากมูลนิธิสงเคราะห์ ข้าราชการตำรวจ
|
1.ข้าราชการตำรวจหรือทายาทยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงระดับ บก./ภ.จว. 2.ผบก.ตรวจสอบหลักฐานแล้วเสนอ สก.สกพ. 3.คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ |
ภายใน 1 วัน |
|
|
15. การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล
|
1.ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับเงินค่ารักษาพยาบาล ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาจนถึง บก.หรือ ภ.จว.พิจารณา 2.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 3.คลังจังหวัดอนุมัติ 4.ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน |
ภายใน 1 วัน |
ขั้นตอนจะเร็วขึ้นหากผู้บังคับบัญชาระดับสถานีตำรวจ หรือ บก.เตรียมการจัดหาเงินทดรองไว้ล่วงหน้า |
|
16. การเบิกเงินค่าเล่าเรียนบุตร
|
1.ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์ขอรับเงินค่าเล่าเรียนบุตรยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเสนอผู้บังคับ บัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาจนถึง ภ.จว. 2. ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 3.คลังจังหวัดอนุมัติ 4.ผบก.อนุมัติจ่าย |
ภายใน 1 วัน |
ขั้นตอนจะเร็วขึ้นหากผู้บังคับบัญชาระดับสถานีตำรวจ หรือ บก.เตรียมการจัดหาเงินทดรองไว้ล่วงหน้า |
|
17. การเบิกเงินค่าล่วงเวลา
|
1.ผกก.สภ.ออกคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ 2.เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเสนอเรื่องถึง ผกก.สภ. พร้อมหลักฐานการลงเวลาปฏิบัติราชการลงนาม เสนอ ภ.จว.พิจารณา 3.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 4.คลังจังหวัดอนุมัติ 5. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน |
ภายใน 2 วัน |
|
|
18. การเบิกเงินค่าตอบแทนพนักงาน สอบสวน
|
1.พนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าหน้าที่ธุรการ 2.เจ้าหน้าที่ธุรการตรวจสอบความถูกต้องเสนอ ผกก.ลงนามเสนอ ภ.จว.พิจารณา 3.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด คลังจังหวัดอนุมัติ 4.ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน |
ภายใน 2 วัน |
|
|
19. การเบิกเงินรางวัลจราจร
|
1.เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมยอดเงินผู้ชำระค่าปรับ ซึ่งต้องจัดสรรให้ท้องถิ่นร้อยละ 50 เป็นส่วนของตำรวจร้อยละ 50 เสนอ ผกก.ลงนามเอกสารเสนอ ภ.จว.พิจารณา 2.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 3.คลังจังหวัดอนุมัติ 4. ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน |
ภายใน 2 วัน |
|
|
20. การเบิกเงินสินบนการพนัน
|
1.เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมบัญชีผลคำพิพากษาของศาลแล้วให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องแล้วลงนามในเอกสาร 2.ผกก.ลงนามในเอกสารเสนอ ภ.จว.พิจารณา 3.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 4.คลังจังหวัดอนุมัติ 5.ผบก.อนุมัติจ่ายเงิน |
ภายใน 3 วัน |
|
|
21. การเบิกเงินสินบนยาเสพติด
|
1.เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมบัญชีผลคำพิพากษาของศาลแล้วให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องแล้วลงนามในเอกสาร 2.ผกก.ลงนามในเอกสาร เสนอ ภ.จว.พิจารณา 3.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 4.คลังจังหวัดอนุมัติ 5.ผบก.อนุมัติจ่าย |
ภายใน 3 วัน |
|
|
22. การเบิกเงินค่าตอบแทนศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี และคนชรา
|
1.เจ้าหน้าที่ธุรการรวบรวมข้อมูลจากนักจิต วิทยาแล้วให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมลงนามในเอกสาร 2.ผกก.ลงนามในเอกสาร เสนอ ภ.จว.พิจารณา 3.ภ.จว.ตรวจสอบและวางฎีกาไปคลังจังหวัด 4.คลังจังหวัดอนุมัติ 5.ผบก.อนุมัติจ่าย |
ภายใน 3 วัน |
|
|
แนวทางในการพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานของสถานีตำรวจ |
|
พันธะสัญญาของ งานป้องกันปราบปราม |
ประเภทของงาน |
ขั้นตอนการปฏิบัติ |
พันธะสัญญา |
ภายใต้กรอบ |
|
1. การบริหารงานสายตรวจ
|
องค์ประกอบในการบริหารงานสายตรวจ ควรประกอบด้วย - ห้องปฏิบัติการสายตรวจ - ข้อมูลในการวางแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม - เครื่องมือสื่อสาร - แผนเผชิญเหตุ - แผนที่สถานภาพอาชญากรรม - ตำรวจสายตรวจที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี - ความร่วมมือจากประชาชนในการให้ข้อมูลข่าวสาร - ผู้บังคับบัญชาอำนวยการในพื้นที่
|
สถานีจะมีองค์ประกอบในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างครบถ้วน |
-ตามสภาพความพร้อมของแต่ละสถานี -ตามแนวทางการปฏิบัติงานที่ ตร.กำหนดไว้
|
|
2. ความพร้อมในการป้องกันปราบปราม
|
- การแบ่งเขตการตรวจ - การจัดประเภทสายตรวจ - การประกอบกำลังออกปฏิบัติงาน
|
สถานีมีความพร้อมในการป้องกันปราบปราม และให้บริการประชาชน ตลอด 24 ชม.โดยแบ่งพื้นที่การตรวจเป็น 3 เขตตรวจแต่ละเขตตรวจมีตำรวจสายตรวจจำนวน 6 นาย นอกจากนี้ยังมีสายตรวจเดินเท้า จำนวน 8 นาย สายตรวจตำบล6 ตำบล ๆ ละ 4-5 นายและอาสาสมัครสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมร่วมปฏิบัติด้วย |
- ขนาดของพื้นที่ - กำลังฝ่ายป้องกันปราบปรามของสถานี - ความเหมาะสมต่อสถานภาพอาชญากรรมในพื้นที่
|
|
3. การระงับเหตุ/ให้บริการ
|
- เมื่อมีการแจ้งเหตุร้าย หรือขอรับบริการ ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ ต้องรีบเดินทางไประงับเหตุ และให้บริการ |
- เจ้าหน้าที่ตำรวจไประงับเหตุหรือให้บริการตามที่ได้รับแจ้งภายในเวลา 5 นาที
|
วิธีการคำนวณเวลา1.เริ่มนับตั้งแต่เวลาที่ผู้แจ้งติดต่อ แจ้งเหตุหรือขอรับบริการมายังตำรวจจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดเกิดเหตุหรือจุดที่ให้บริการ 2.ช่วงเวลาที่ต้องคำนึง ก.ช่วงเวลาการรับแจ้งเหตุ ขณะที่ผู้แจ้งติดต่อกับพนักงานรับโทรศัพท์ครั้งแรก |
|
|
|
|
ข.ช่วงเวลาที่พนักงานรับโทรศัพท์ส่งข้อมูลการรับแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ (พนักงานรับโทรศัพท์แจ้งไปยังพนักงานวิทยุ, พนักงานวิทยุแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ) ค. ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ หรือจุดที่ให้บริการ ปัจจัยที่ควรคำนึง1. ขนาดและลักษณะพื้นที่รับผิดชอบ 2. ความสะดวกในการคมนาคม 3. ความพร้อมของพนักงานวิทยุ พนักงานรับโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสาร 4. ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและยานพาหนะ 5. สภาพการจราจรในช่วงเวลาต่าง ๆ 6. อื่น ๆ ตามสภาพของพื้นที่ |
|
4. การควบคุมผู้ต้องหา |
-การควบคุมผู้ต้องหา ผู้ต้องกักขังบนสถานีตำรวจ (ในห้องควบคุม) |
-ผู้ต้องหา/ผู้ถูกกักขัง จะได้รับการควบคุมอย่างปลอดภัยในห้องควบคุมที่สะอาด เหมาะสม |
สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ |
|
5. การรับโทรศัพท์แจ้งเหตุของสถานีตำรวจ |
-ผู้แจ้งโทรศัพท์แจ้งเหตุมายังสถานีตำรวจ -เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์รับข้อมูล
|
-การรับโทรศัพท์มาแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจจะจัดโทรศัพท์รับแจ้งเหตุไว้โดยเฉพาะ จำนวน 3 หมายเลข โดยใช้ระบบคนตอบรับ
|
สถานีตำรวจต้องจัดโทรศัพท์สำหรับรับแจ้งเหตุ (โทรเข้าอย่างได้เดียว) ไว้ให้บริการ |
|
พันธะสัญญาของ งานจราจร |
ประเภทของงาน |
ขั้นตอนการปฏิบัติ |
พันธะสัญญา |
ภายใต้กรอบ |
|
1. การจัดกำลังตำรวจควบคุมและจัดการจราจรประจำทางแยกหรือจุดที่มีปัญหาการจราจร เช่น ทางแยกสำคัญ หน้าศูนย์การค้า สถานศึกษา หรือย่านชุมชน |
- มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ประจำแยกสำคัญและจุดสำคัญ เช่น หน้าศูนย์การค้า สถานศึกษา ย่านชุมชน - ช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอยู่ ประจำจุด |
-การจัดกำลังประจำทางแยก 3 แยก กำลัง 6 นาย -การจัดกำลังประจำจุดสำคัญ 2 จุด กำลัง 4 นาย -ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา07.00ถึงเวลา 21.00 น. |
|
|
2. การจัดกำลังไว้อำนวยความสะดวกการจราจร |
- จัดสายตรวจจราจรไว้อำนวยความสะดวกการจราจร - กรณีได้รับแจ้งอุบัติเหตุ/รถเสีย/ขอความช่วยเหลือเหลือ - การแก้ไขปัญหาการจราจรกรณีเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่ซึ่งประชาชนร้องขอให้ดำเนินการและต้องปฏิบัติทันที - การจัดสายตรวจจราจรไว้อำนวยความสะดวกการจราจร |
-ช่วงเวลาที่จัดสายตรวจ ตลอด 24 ชั่วโมง -สายตรวจจราจรเดินทางถึงที่เกิดเหตุ 5 นาที -จัดกำลังสายตรวจ 7 สาย จำนวน 30 นาย
-จัดกำลังสายตรวจ 1 สาย จำนวน 8 นาย
|
ระยะเวลาในการเดินทางถึงที่เกิดเหตุให้นับระยะเวลาตั้งแต่ผู้แจ้งโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเดินทางไปพบผู้แจ้งหรือถึงที่เกิดเหตุ |
|
3. การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเปรียบเทียบปรับคดีจราจร |
- เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจับกุมออกใบสั่ง และเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ แล้วนำใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บนำส่งให้เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับ - ช่วงเวลาที่มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้ทำการเปรียบเทียบปรับคดีประจำสถานีตำรวจ - นำใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อกำหนดอัตราเปรียบเทียบปรับ ชำระค่าปรับและรับใบอนุญาตขับขี่คืน |
ภายในเวลา 2 ชั่วโมง
สามารถมาชำระค่าปรับได้ทุกวันหรือวันราชการ ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใน 30 นาที |
|
|
4. การขออำนวยความสะดวกด้านการจราจรทั่วไป |
- พบเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อหรือยื่นหนังสือ - พิจารณาดำเนินการแล้วแจ้งผลให้ทราบ |