|
ประวัติเทศบาลตำบลนาสาร เทศบาลตำบลนาสาร ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดินแดนจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันมีร่องรอยการอาศัยอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ จากหลักฐานในทางโบราณคดีที่ได้ค้นพบ เช่นเจดีย์ วิหารกำแพงเมือง พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจนเครื่องประดับ เช่น ลูกปัดหิน เป็นต้น เม่าที่จะทำให้ในทางค้นคว้ายืนยันสนับสนุนหลักฐานความเป็นมาให้กระจ่างขึ้นในทางประวัติศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 สมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ คำว่าก่อนประวัติศาสตร์ เริ่มใช้ในภาษาไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2477 โดยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ใช้เป็นพระองค์แรก หมายถึงในช่วงระยะที่วิวัฒนาการของมนุษย์มีความเจริญก่อนที่จะมีผู้ค้นพบตัวอักษรและปฏิทินขึ้นมาใช้ในท้องที่เทศบาลตำบลนาสาร เมื่อ พ.ศ. 2498 กรมศิลปากร ร่วมกรมทรัพยากรธรณี และมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เป็นต้นว่า ศาสตร์ตราจารย์หม่อมเจ้า สุภุทรดิศ ดิศกุล ศาสตร์ตราจารย์ชิน อยู่ดี และศาสตร์ตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร พร้อมต้วยคณะเดินทางไปยังบริเวณถ้ำขรมตำบลนาสาร ( ในเขตเทศบาล ) อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี ระยะทางห่างที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลตำบลนาสาร ประมาณ 3 กิโลเมตร ได้กระเทาะกระดูกสัตว์ที่ติดอยู่กับผนังถ้ำ และส่งกระดูกดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยฮาวาย สหรัฐอเมริกา ทำการตรวจวิเคราะห์ และได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นกระดูกสัตว์ตระกูลกวาง และตระกูลวัว ยุคไพลส์โตซีนซึ่งมีอายุประมาณ 11,400 ปี ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในตู้กระจก ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาลกรุงเทพมหานครนอกจากนี้ยังมีผู้ค้นพบขวานหินโบราณ (หินขวานฟ้า)ในบริเวณเหมืองแร่ขุนทองหลาง,ห้วยมุด, เหมืองทวด และที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง ขวานหินโบราณเป็นเครื่องมือของมนุษย์สมัยหินผู้พบบางท่านได้มอบให้กรมศิลปกรเก็บรักษาไว้ที่พิพิภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน ในการสำรวจถ้ำขรมในขณะนั้นเป็นที่น่าเสียดายว่าคณะสำรวจไม่ได้พบกระดูกมนุษย์ เครื่องมือที่ใช้ พระพุทธรูป เทวรูป และสิ่งของอย่างอื่นที่นำไปสู่การวิเคราะห์ศึกษาถึงระวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ทั้งนี้เนื่องมาจากก่อนที่คณะสำรวจจะได้มาทำการตรวจค้นดังกล่าว ทิ้งช่วงระยะเวลานาน ได้มีคนอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การโค่น ถางป่า ทำไร่ ทำสวน และสร้างที่อยู่อาศัย การค้นหาของป่า ล่าสัตว์ และความเจริญด้านต่าง ๆ ทำให้มีผู้คนเข้าไปขุดค้น รื้นถอนทำลายแสวงหาของมีค่านำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว พระพุทธรูป เทวรูป พระพิมพ์ ที่ปรากฏมีผู้พบเห็นตลอดแนวภูเขาจากบริเวณวัดนาสาร ไปจนถึงถ้ำเขาขรม แต่ก่อนคงจะเป็นปูชนีย์สถานอันศักดิ์สิทธิ์ สำหรับประกอบพิธีกรมในทางศาสนาสำหรับชุมชนแห่งนี้ ปัจจุบันแทบไม่มีเหลือไว้ให้ดูเสียแล้ว จึงเป็นการยากที่จะสืบเสาะค้นคว้านำมาศึกษาหาความรู้ต่อไป สมัยประวัติศาสตร์ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 บริเวณรอบอ่าวบ้านดอนหรือที่ตั้งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันประกอบด้วยแผ่นดินในท้องที่อำเภอไชยา ท่าฉาง อำเภอพุนพิน อำเภอท่าขนอม ( คีรีรัฐนิคม ) อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเวียงสระ บ้านนาสาร เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เจริญขึ้นเมื่อประมาณ พ. ศ. 1200 มีอิทธิพลตั้งแต่เกาะสุมาตรา ชวา ถึงเหนือสุดของแหลมมลายู อาณาจักรศรีวิชัยมีความเจริญรุ่งเรืองมาก ดังปรากฏในจดหมายเหตุหลวงจีนอี้จิง ซึ่งได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมในอินเดีย ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 ที่เขียนไว้ว่า ได้แวะเกาะสุมาตรา และกล่าวว่าในเกาะนี้มีชื่อประเทศ ซีลีพุดซี ซึ่งเป็นประเทศที่มีอารยธรรมสูงมาก นับถือพระพุทธศาสนา นิการฝ่ายใต้ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ได้ติดต่อกับอินเดียอย่างแพร่หลาย มีเรือบันทุกสินค้าไปจำหน่ายยังเมืองต่าง ๆ ในอินเดียด้วย อาณาจักรศรีวิชัย เป็นศูนย์กลางสินค้าเครื่องเทศ มีเรือปั่นบรรทุกสินค้าไปขายยังเมืองโอมาน ประเทศอาหรับ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของพ่อค้าอาหรับ แม้อาณาจักรศรีวิชัยจะรุ่งเรืองทางการค้า มีอำนาจทางการเมือง การปกครองกว้างใหญ่ไพศาล โดยครอบครองหมู่เกาะทะเลใต้และคาบสมุทรไทย แต่ไม่สามารถชี้ชัดลงไปว่าเมืองหลวงหรือราชธานีของอาณาจักรศรีวิชัยตั้งอยู่ที่ใด มีผู้ใดสันนิฐานว่าอาจจะอยู่เมืองปาเล็มบัง ในสุมาตร หรือบริเวณแหลมมาลายู แต่สำหรับดอกเตอร์วอริตช์ เวลช์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษกล่าวว่า น่าจะเป็นเมืองไชยา เพราะปรากฏหลักฐานด้านโบราณสถานจำนวนมาก ที่เป็นมรดกตกทอดของสมัยศรีวิชัยที่สำคัญ ศิลปะในสมัยศรีวิชัยเป็นรูปธรรม สามารถมองเห็นได้ในหลักฐานที่คงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน คือด้านสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดของเจดีย์วัดพระธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมสลายลงในราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 อาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรืองอำนาจขึ้นทางตอนเหนือของกลุ่มลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขยายขอบเขตลงมาทางใต้ จนสามารถครอบครองดินแดนแหลมมาลายู ชุมชนบ้านนาสาร หมายถึงเขตเทศบาลทั้งหมด หรือบางส่วน ที่จะกล่าวถึงนี้ เป็นการสันนิฐานจากสภาพแวดล้อมและความเป็นมา ซึ่งอาจจะรวมเอาฟื้นที่ข้างเคียงที่ติดต่อกันในยุคนั้นรวมตัวกันขึ้นเป็นชุมชน ขนาดหมู่บ้าน หรือตำบล ไม่เป็นชุมชนขนาดใหญ่เช่นเมือง หรือนคร เช่น ที่เมืองไชยนคร และเมืองท่าทอง ( กาญจนดิษฐ์ ) ชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นครอบครัวเกษตรกรรม อาศัยการเพาะปลูก ทำไร่ ทำนา หาของป่า และจับสัตว์น้ำ ปู ปลา นำมาเป็นอาหาร ในบริเวณที่ราบลุ่มลำคลองฉวาง ( คำว่าฉวาง สว่าง หรือหว่าง หมายถึงสถานที่ที่มีชื่อเดียวกัน ) ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งคลองฉวางทั้งสองฝั่ง คือ หมู่บ้านนาสาร สวนมังคุด อู่มาดและบ้านคลองหา นาเตรียะการกำหนดฝั่งคลองซ้ายขวานั้น ให้หันหลังไปสู่ต้นน้ำ หันหน้าไปสู่ปากน้ำ ด้านขวามือเป็นฝั่งขวาและดานซ้ายมือเป็นฝั่งซ้าย วัดสว่างตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของลำคลองฉวางวัดนาสารตั้งอยู่ฝั่งขวา วัดสว่างไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดสร้างในสมัยใด จากเศษกระเบื้องถ้วยชามจำนวนมาก อิบ พระพุทธรูป เทวรูป ที่สร้างในสมัยสุโขทัย-อยุธยา เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรให้ความเห็นว่าอาจนำมาจากที่อื่น และวัดสว่างแห่งนี้คงจะเป็นท่าเรือ ชาวบ้านยังได้พบเชือกเรือขนาดใหญ่พร้อมกับได้พบซากเรือใหญ่ อยู่ในบึงหรือหนองน้ำ มีผู้ให้ความว่าชื่อ อู่มาด คงจะมาจากสาเหตุนี้ ในยุคต่อมาประมาณ พ.ศ. 2460 2465 ลำคลองฉวางยังใช้เดินเรือค้าขาย แม้ว่าบางตอนน้ำตื้นเขนไปบ้างก็ยังสามารถใช้ค้ำถ่อนำเรือขึ้นไปถึงบ้านวังหิน ต่อมาทางรถไฟสะดวกกว่าจึงหันมาใช้ทางรถไฟและลำคลองก็ตื้นเขินใช้เดินเรือไม่ได้ วัดนาสารตั้งอยู่ฝั่งขวาของลำคลองฉวางหรือสว่า หรือ หว่าง ติดกับภูเขาด้านตะวันออก ลำคลองด้านทิศใต้และทาง ( ถนนปัจจุบัน ) ทิศตะวันตก ใกล้เคียงกับทุ่งนาสาร ทุ่งนาขนาดใหญ่ พระครูโศภิตคุณานันท์ ได้รวบรวมโบราณวัตถุ จากถ้ำวัดนาสารและบริเวณภูเขา เช่น เศียรพระพุทธรูปเทวรูปและชิ้นส่วนอื่น ๆ หลายชิ้นนำมาแสดงที่หน้าพระอุโบสถวัดนาสาร ไม่ให้เด็กนำไปเล่นโดยไม่สมควร วัตถุโบราณดังกล่าวมีอายุถึงสมัยศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา ลักษณะคล้ายกับบริเวณที่วัดสว่าง วัตถุโบราณจำนวนมากและสูงค่าเช่นนี้ จะนำมาโดยคนจำนวนน้อย คนสองคนย่อมเป็นไปไม่ได้ นอกจากนำมาด้วยขบวนคนจำนวนมากนำมาประดิษฐานไว้ในการประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาของหมู่บ้านหรือชุมชน นอกจากนี้ในบริเวณวัดนาสารยังมีผู้ค้นพบพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมกลีบบัว ขนาดย่อมกว่าฝ่ามือเล็กน้อย สร้างตามแบบคติหาญนา มีพระพุทธเจ้าประทับอยู่กลางและมีสาวกซ้าย ขวา บรรจุลวดลายอยู่ในซุ้มอย่างสวยงาม พระพิมพ์ดังกล่าวยังมีผู้พบที่ถ้ำเขาขรมอีกเป็นจำนวนมาก แต่ถ้ำเขาขรมเป็นแบบดินดิบ เสียดายที่วัตถุโบราณที่อาจารย์พระครูโศภิตคุณานันท์ ตั้งแสดงไว้ในวัดนาสารคราวนั้นมีอันถูกหยิบฉวยเลื่อนย้ายไปจนหมดสิ้น จากเรื่องราวดังกล่าว พอจะนำมาพิจารณาได้ว่า ชุมชนนาสารแห่งนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มหนึ่ง ที่นับถือศาสนาพุทธ พรามณ์ จนถึงขั้นลงมือก่อสร้าง ดัดแปลงภูเขาขรม ถ้ำเขาวัดนาสาร และวัดสว่าง เป็นปูชนียสถานเอาไว้สำหรับประกอบพิธีสำคัญในวันสำศัญทางศาสนาเพราะที่ถ้ำเขาขรมนั้น มีพระนอนขนาดใหญ่ อยู่ภายในถ้ำ ติดกับผนังถ้ำ มีพระพุทธรูปบูชาเรียงรายอยู่รอบ ๆ ด้านหน้าถ้ำทางทิศตะวันตก มีที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ไปจนถึงหมู่บ้านอู่มาด สวนมังคุดปัจจุบัน และวัดสว่าง ท่าเรือริมคลองฉวางในสมัยนั้น ฟื้นที่นาขนาดใหญ่และลำคลองที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้ การค้นคว้าสืบเสาะหาหลักฐานเกี่ยวกับความเป็นมาให้ä´éข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นกระทำได้ยาก ศาสตราจารย์มานิต วัลลิโภคม ภัณฑารักษ์พิเศษจากกรมศิลปากรเคยสำรวจถ้ำเขาขรมแห่งนี้หลายครั้ง ตามรายงานของนายวิม มติธรรม อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลนาสาร ท่านได้ให้ขอคิดเห็นในการดำเนินการอนุรักษ์ หรือขุดค้นเพื่อการศึกษาว่า เรายังไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการอย่างอารยประเทศที่มีสถาบัน เพื่อการค้นคว้าศึกษาในทางโบราณคดีโดยเฉพาะ และมีเงินทุนมากกว่าเรา อำเภอลำพูน อำเภอบ้านนาสาร การตั้งชื่อหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ หรือจังหวัดนั้น อาศัยหลักเรียกตามชาวบ้านชาวเมืองที่เรียกกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม หรือตามลักษณะภูมิประเทศ แม่น้ำลำคลอง ภูเขา การสัญจรไปมา และสิ่งแวดล้อมของสถานที่นั้น ๆ อำเภอลำพูน แขวงเมืองไชยา ( เก่า ) ตั้งอยู่ในบริเวณคลองลำพูน ( คลองพุน ) คลองลำพูนเป็นชื่อทางราชการเมื่อตั้งเป็นอำเภอจึงเรียกชื่อว่า อำเภอลำพูน ตามไปด้วย อีกประการหนึ่ง ต้นน้ำลำคลองลำพูนนี้เกิดจากเขาพุน อยู่ในทิวเขาหลวงด้านทิศตะวันออก ปัจจุบันอยู่ในบริเวณบ้านปลายน้ำ ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาพุนนี้ มีแร่เหล็กอย่างดี ในสมัยก่อนผู้คนจากท้องที่ต่าง ๆ ในบริเวณใกล้และไกลจากเมืองไชยา นครศรีธรรมราช และที่อื่น ๆ กล่าวว่าเหล็กพุนเป็นเหล็กกล้าชั้นเยี่ยม เมื่อนำมาถลุงแล้วเอาไปตีเป็นมีดดาบใช้ในราชการสงคราม หรือนำไปใช้เป็นเครื่องมือ ในการเกษตร มีด พร้า จอบ มีความคมแข็งแกร่งทนทาน ใช้งานได้ดี เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสมัยก่อน เตาถลุงเหล็กคือบ้านทุ่งเตาในปัจจุบันชื่ออำเภอลำพูน คลองลำพูน ก็คงจะมาจากเหล็กพุน จากเขาพุน ด้วยประการฉะนี้ สภาพทั่วไปของนาสาร ในขณะที่อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอลำพูนจากจดหมายระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักป์ใต้กล่าวถึงอำเภอลำพูนว่าวันที่ 27 กรกฎาคม 2458 เสด็จ ฯ โดยทางรถไฟจากนครศรีธรรมราช ไปประทับพระตำหนักสวนสราญรมย์ ตำบลท่าข้ามแขวงเมืองไชยา ( สุราษฎร์ธานี ) ในท้องที่อำเภอทุ่งสงและอำเภอฉวาง แขวงเมืองนครศรีธรรมราช แลท้องที่อำเภอลำพูน จนถึงท่าข้าม ( พระตำหนักสราญรมย์ ) แขวงเมืองไชยา ซึ่งเสด็จผ่านมาในวันนี้อยู่ ลุ่มแม่น้ำหลวง ( ตาปี ) มีลำคลองใหญ่มาก ซึ่งไหลมาจากเขา มาบรรจบแม่น้ำหลวงไหลลงมาทางเมืองไชยา ( บ้านดอน ) ออกทะเลตะวันออกบ้าง ไหลมาทางแม่น้ำเมืองตรังออกทะเลตะวันตกบ้าง สองทางรถไฟเป็นป่าไม้ต่าง ๆ บางแห่งเป็นทุ่ง บางแห่งเป็นนา โดยส่วนมากเป็นที่ราบแลเห็นภูเขาห่าง ๆ ตามตำบลที่ประชุม มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ราษฎร มาเฝ้าทูลละอองพระบาท จุดธูปเทียนถวายสักการะ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา นักเรียนตั้งแถวร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นั้นคือสภาพของท้องที่อำเภอลำพูน หรือนาสาร ในปัจจุบันตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากนครศรีธรรมราชโดยทางรถไฟไปยังพระตำหนักสราญรมย์ สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี และที่ตั้งโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ตำบลท่าข้าม ในขณะทรงประทับ ณ พระตำหนักสราญรมย์นั้น มหาอำมาตย์ตรีพระยาคงคาธราธิบดีและพร้อมภรรยา จัดพระพุทธรูป แลเทวรูปพิมพ์ที่หาได้ในถ้ำขรม ( ตำบลนาสาร ) อำเภอลำพูน น้อมเกล้า ฯ ทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อมาชื่อ อำเภอลำพูน ที่ตั้งอยู่ในตำบลบ้านนา และมีสถานีรถไฟบ้านนาอยู่ใกล้กัน ประชากรทั่วไปมักจะใช้คำว่า บ้านนา มากกว่า ลำพูน เพราะสะดวกกว่าและนิยมใช้กันมากขึ้น การเดินทางโดยรถไฟใช้กันมาก การใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำ เช่น เรือแพ ลดน้อยลง ลำคลองตื้นเขินไม่สะดวกเพื่อความเหมาะสม และเหตุผลประกอบดังกล่าว ทางราชการจึงประกาศใช้ชื่อว่า อำเภอบ้านนา แทนชื่อ อำเภอลำพูน ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2460 เป็นต้นมา อำเภอบ้านนาสาร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2481 ทางราชการได้ย้ายที่ตั้งอำเภอจากตำบลบ้านนา ไปตั้งที่ตลาดนาสาร ตำบลนาสาร โดยรื้อย้ายตัวอาคารทั้งหลังแยกเป็นส่วน ๆ นำไปก่อสร้างลงในที่ตั้งที่ว่าการอำเภอบ้านนาสารปัจจุบัน ในรูปแบบตัวอาคารเดิม การก่อสร้างเคลื่อนย้ายดังกล่าวเสร็จสิ้นและทำพิธีเป็นทางการ ขนานนามอำเภอใหม่ว่า อำเภอบ้านนาสาร เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2482 เหตุผลที่ว่า ตำบลนาสารมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เหมืองแร่ ป่าไม้ มีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กิจการเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม ตลอดจนกิจการการค้าประสบผลสำเร็จขยายตัวตามไปด้วย ประกอบกับตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ในบริเวณชุมชนตลาดนาสารและใกล้กับสถานีรถไฟนาสาร เทศบาลตำบลนาสาร ก่อนจะเป็นเทศบาล มีฐานะเป็นตำบล ๆ หนึ่ง ทำไมจึงใช้ชื่อว่า นาสาร เรื่องนี้มีผู้เสนอและได้อภิปรายอย่างกว้างขว้างมาแล้ว พอจะรวบรวมได้ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 1.ชื่อตามทุ่งนาสาร ซึ่งเป็นทุ่งนาขนาดใหญ่ อยู่ในหมู่บ้านคลองหา นาเตรียะ โรงเรียนเทศบาลคลองหา และวัดนาสารบนฝั่งขวาลำคลองฉวาง ( คลองหวาง ) 2.มีแร่มาก แร่ คือ สาร อันเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีค่า มีอย่างมากมายทุกตารางนิ้ว ในอำเภอบ้านนาสาร เพียงแต่ว่าจะพอกับการลงทุนหรือไม่ ในอดีตเป็นแหล่งแร่ดีบุก วุลแฟรม ที่ทำรายได้ให้แก่ผู้ลงทุน และประเทศไทยในรูปภาษีอากร กรมทรัพยากรธรณี โดยนักธรณีวิทยา นาย สมัคร บุราวาศ ได้มาทำการสำรวจระหว่าง พ. ศ 2480 2482 บอกว่าที่นาสารมีแร่มากมายหลายร้อยชนิด การมีแหล่งแร่มากเหมือนกับเป็น นาแร่ หรือ นาสาร นั่นเอง 3.ช้างมาก ก่อนจะเป็นอำเภอบ้านนาสาร ด้วยการย้ายอำเภอบ้านนาสาร มาตั้งแต่ตำบลนาสารนี้มีช้างป่าชุกชุม โขลงช้างป่าจะปรากฏทำลายเรือกสวนไร่นา ผลอาสิน และทำร้ายผู้คนบาดเจ็บเสียชีวิต อยู่เสมอ ระหว่าง พ. ศ 2480 นายวาศ์ มีดี ผู้ใหญ่บ้านยังได้ตั้งคอกจับช้างที่บ้านห้วยใหญ่กับห้วยมุด ( เขตเทศบาล ) จับช้างได้หลายเชือก คำว่าช้างสาร หมายถึง ช้างใหญ่ จำนวนช้างมากก็เป็นนาของช้าง จึงเรียก นาสาร 4.นาสารนี้ ถ้าทำนาจะได้ข้าวสารมากกว่าที่อื่น เพราะดินดี มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำก็ดีแต่ถ้ามองตามสภาพความเป็นจริงแล้ว ฟื้นที่ในการทำนาของตำบลนาสารมีน้อย ผลิตข้าวขึ้นมาไม่พอแก่การบริโภคของคนในท้องที่ ต้องอาศัยข้าวจากอำเภอไชยา ท่าฉาง และที่อื่นมาบริโภคหรือจะแก้ปริศนาว่า ที่นี่ไม่ต้องคิดทำนาข้าวเปลือกให้ยากเลย เอาเงินไปซื้อข้าวสารเขามากินดีกว่าด้วยการให้ชื่อว่า นาสาร
|
|
รายนามคณะเทศมนตรีตำบลนาสาร ตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันชุดที่ 1 สมัยที่ 1 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม 2485 - วันที่ 10 กันยายน 24861. นายขำ เพชรเมือง เป็นนายกเทศมนตรี2. นายอิ่ม บุญอินทร์ เป็นเทศมนตรี3. นายชม หนูศรีแก้ว เป็นเทศมนตรีชุดที่ 2 สมัยที่ 2 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 11 กันยายน 2486 - วันที่ 5 พฤษภาคม 24921. นายบุญสม ชูลวัสดิ์ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายชม หนูศรีแก้ว เป็นเมศมนตรี 3. นายประเสริฐ อารยะกุล เป็นเทศมนตรี 4. นายเคล้า สุดเลิศ เป็นเทศมนตรี 5. นายกัน ชูนาม เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 3 สมัยที่ 3 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม 2492 วันที่ 17 มิถุนายน 2496 1. นายนวน สุพัฒน์กุล เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายกัน ชูนาม เป็นเทศมนตรี 3. นายวิม มติธรรม เป็นเทศมนตรี 4. นายขาม รักชาติ เป็นเทศมนตรี 5. นายเคล้า สุดเลิศ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 4 สมัยที่ 4 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2436 วันที่ 30 พฤษภาคม 2501 1. ร.ท.เขียว พูลศิริ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายเคล้า สุดเลิศ เป็นเทศมนตรี 3. นายกัน ชูนาม เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 5 สมัยที่ 5 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม 2501 วันที่ 6 กันยายน 2506 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. นายเริ่ม เดชเสน่ห์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 6 สมัยที่ 6 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 6 กันยายน 2506 วันที่ 17 พฤษภาคม 2511 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายเคล้า ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. นายเริ่ม เดชเสน่ห์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 7 สมัยที่ 7 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม 2511 - วันที่ 29 ธันวาคม 2515 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. นายเสน่ห์ บุญษร เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 8 สมัยที่ 8 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2515 - วันที่ 30 ธันวาคม 2517 1. นายเที่ยว เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. นายเสน่ห์ บุญษร เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 9 สมัยที่ 9 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2517 วันที่ 1 เมษายน 2519 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. ส.ต.ต.สุพร พุทธารักษ์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 10 สมัยที่ 10 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2519 วันที่ 1 กันยายน 2519 1. นายเที่ยว เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. ส.ต.ต.สุพร พุทธารักษ์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 11 สมัยที่ 11 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2519 วันที่ 17 มิถุนายน 2523 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. ส.ต.ต.สุพร พุทธารักษ์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 12 สมัยที่ 12 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2523 วันที่ 28 กรกฎาคม 2528 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสวาท ช่วยปลอด เป็นเทศมนตรี 3. ส.ต.ต.สุพร พุทธารักษ์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 13 สมัยที่ 13 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม 2528 วันที่ 9 ตุลาคม 25331. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายเขี้ยง เกิดนาสาร เป็นเทศมนตรี 3. นายโกศรี บุญเจริญ เป็นเทศมนตรี 4. ส.ต.ต.สุพร พุทธารักษ์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 14 สมัยที่ 14 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม 2533 วันที่ 9 ตุลาคม 2536 1. นายนุกูล เวียงวีระ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายทัศนะ ทองตากรณ์ เป็นเทศมนตรี 3. นายสุรศักดิ์ ภู่วิทยาธร เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 15 สมัยที่ 15 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่วันที่ 9 ตุลาคม 2536 วันที่ 26 พฤศจิกายน 25381. นายทัศนะ ทองตากรณ์ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสุรศักดิ์ ภู่วิทยาธร เป็นเทศมนตรี 3. นายอาทิตย์ มติธรรม เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 16 สมัยที่ 16 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน 2538 วันที่ 14 กันยายน 25411. นายสวัสดิ์ เกษกล้า เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายโกศล ศุทธางกูร เป็นเทศมนตรี 3. นายสุวรรณ เจนนพกาญจน์ เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 17 สมัยที่ 17 ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2541 วันที่ 11 ธันวาคม 25411. นายสวัสดิ์ เกษกล้า เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสุวรรณ เจนนพกาญจน์ เป็นเทศมนตรี 3. นายบำรุง จิตตอารี เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 18 สมัยที่ 18 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2541 วันที่ 28 มีนาคม 25421. นายสุวรรณ เจนนพกาญจน์ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสุวรรณ เจนนพกาญจน์ เป็นเทศมนตรี 3. นายบำรุง จิตตอารี เป็นเทศมนตรี ชุดที่ 19 สมัยที่ 19 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 29 มีนาคม วันที่ 24 ธันวาคม 25461. นายสุวรรณ เจนนพกาญจน์ เป็นนายกเทศมนตรี 2. นายสุรศักดิ์ ภู่วิทยาธร เป็นเทศมนตรี 3. นายเกรียงศักดิ์ บุญกล่อม เป็นเทศมนตรี
|
|
สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลนาสาร ข้อมูลทั่วไป เทศบาลตำบลนาสาร เดิมเป็นตำบลหึ่งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุ ราษฎร์ธานี เนื่องจากท้องที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่ประกอบไปด้วยพืชพรรณธัญญหาร และแร่ธาตุ จึงมีประชากรต่างถิ่นเคลื่อนย้ายมาสร้างบ้านเรือนทำมาหากิน เช่น ทำกิจกรรมเหมืองแร่ ทำสวนยางพารา สวนไม้ผลนานาชนิด ทำให้ตำบลนาสารมีประชากรหนาแน่น การค้าขายเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ พร้อมทั้งยังเป็นที่ตั้งของส่วนราชการและสถานศึกษา ด้วยองค์ประกอบดังกล่าว ในปี พ.ศ 2483 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลนาสารขึ้นเพื่อความสะดวกในการบริหารและการปกครอง แต่เนื่องจากมีฟื้นที่กว้างขวางเกินกว่าที่จะปกครอง ควบคุมดูแลได้ทั่วถึงดังนั้นในปี พ.ศ 2484 มีพระราชกฤษฎีการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลนาสาร เพื่อความจำเป็นในทางการบริหาร คงเหลือฟื้นที่ทั้งหมดจนถึงปัจจุบันจำนวน 67.13 ตารางกิโลเมตร
· สภาพทั่วไปและข้อมูลฟื้นฐานของท้องถิ่น· สภาพทั่วไป · ลักษณะที่ตั้ง / อาณาเขตของการปกครอง
§ ลักษณะที่ตั้ง เทศบาลตำบลนาสาร ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอบ้านนาสาร ระหว่างเส้นรุ้งที่ 9 8 15 เหนือเส้นแวงที่ 99 22 6 ตะวันออก ห่างจากตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันตกตามทางหลวง หมายเลข 4009 ประมาณ 40 กิโลเมตร และระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 684 กิโลเมตร
§ อาณาเขต เทศบาลตำบลนาสาร มีฟื้นที่ทั้งหมด 67.13 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดดังนี้ ( คัดจากราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 58 ตอนที่ 46 วันที่ 8 กรกฎาคม 2484 )- ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตตำบลท่าชี ตัดกับเส้นเขตตำบลบ้านนา และตำบลนาสารอำเภอบ้านนาสาร ริมฝั่งใต้คลองหา เลียบเส้นเขตตำบลบ้านนาใต้ไปทางทิศตะวันออก จดหลักเขตที่ 2 ซึ่งตั้งที่เส้นเขตตำบลบ้านนา ตัดกับเส้นเขตตำบลนาสาร และตำบลทุ่งเตา อำเภอบ้านนาสาร จากหลักเขตที่ 2 เลียบเส้นตำบลทุ่งเตาด้านใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จดหลักที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ที่เส้นเขตตำบลทุ่งเตา ตัดเส้นเขตตำบลนาสาร และตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร - ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ 3 เลียบเส้นเขตตำบลลำพูนด้านตะวันตกไปจดเขาหัวแดง ซึ่งเป็นเส้นเขตติดต่อระหว่างตำบลนาสารกับตำบลลำพูนลงมาทางทิศใต้สุดเขาหัวแดงจดหลักเขตที่ 4 จากหลักเขตที่ 4 เป็นเส้นตรงตั้งฉากกับคลองฉวาง ข้ามคลองฉวางลงมาทางทิศใต้จดหลักเขตที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองฉวางฝั่งใต้ จากหลักเขตที่ 5 เลียบริมคลองฉวางฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออก จดหลักเขตที่ 6 ซึ่งตั้งอยู่ที่สันเขาหน้าบ้านทางทิศเหนือสุด จากหลักเขตที่ 6 ตัดตามแนวสันเขาหน้าบ้านลงมาทางทิศใต้ จนสุดเขาหน้าบ้านสุดหลักเขตที่ 7 จากหลักเขตที่ 7 เลียบเส้นเขตตำบลลำพูน ด้านติดต่อกับตำบลนาสารไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จดหลักเขตที่ 8 ซึ่งตั้งอยู่ที่เส้นเขตตำบลลำพูนตัดกับเส้นเขตตำบลนาสาร และตำบลพรุพี อำเภอบ้านนาสาร - ด้านใต้ จากหลักเขตที่ 8 เลียบเส้นเขตตำบลพรุพีด้านเหนือไปทางทิศตะวันตกข้ามเขาถ้ำขรมแล้วเลียบฝั่งเหนือคลองวังช้างจดหลักเขตที่ 9 ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตตำบลพรุพี ตัดกับเส้นเขตตำบลท่าชีและตำบลนาสาร - ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ 9 เลียบเส้นเขตตำบลท่าชีด้านตะวันออกติดต่อกับตำบลนาสารไปทางทิศเหนือบรรจบหลักเขตที่ 1
|
เขตปกครองและบริหาร เทศบาลตำบลนาสาร แบ่งเขตการปกครองและการบริออกเป็น 16 ชุมชน
| ลำดับ |
ชื่อชุมชนในเขตเทศบาล |
ชื่อประธานชุมชน |
ที่อยู่ปัจจุบัน/โทรศัพท์ของประธานชุมชน |
รายชื่อ/โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่เทศบาล ซึ่งได้รับมอบหมายรับผิดชอบงานพัฒนาชุมชน |
| 1 |
ชุมชนซอยร่วม |
นางวาสนา อุตมางกูร |
9 ถนนซอยร่วมใจ 077-341241 |
นางศุภมาส ขุนทอง |
| 2 |
ชุมชนทุ่งคาเกรียน |
นายบุญเกิด บุญกล่อม |
17/4 ถนนเหมืองทวด077-249639 |
นักพัฒนาชุมชน 6 ว |
| 3 |
ชุมชนท่าพลา |
นายสมเดช โปอินทร์ |
1ถนนท่าพลา 077-249128 |
เบอร์โทรศัพท์ |
| 4 |
ชุมชนห้วยมุด |
นายพิชัย ทองคลอด |
67/58 ถนนห้วยมุด 01-9565317 |
ที่ทำงาน 077-341021 |
| 5 |
ชุมชนอู่มาด |
นายจำรัส กองประดิษฐ์ |
559/2ถนนอู่มาต077-341563 |
ที่บ้าน 077-341776 |
| 6 |
ชุมชนวังหล้อ |
นายเจริญ บุญฉิม |
373ถนนวังหล้อ077-344003 |
|
| 7 |
ชุมชนคลองหา |
นายจรูญ เพ็ชรชิต |
73/3ถนนคลองหา077-249739 |
มือถือ 09-8732314 |
| 8 |
ชุมชนนาเตรียะ |
นายประวิทย์ เพชรชิต |
28/1ถนนคลองหา077-249022 |
|
| 9 |
ชุมชนเหมืองแกะ |
นางจินดา เทโพธิ์ |
7/2ถนนเหมืองแกะ077-344349 |
|
| 10 |
ชุมชนนายาง |
นางวรางคณา กลับชัย |
637/1ถนนอู่มาต 06-6864005 |
|
| 11 |
ชุมชนพูลศิริ |
นายประเสริฐ สร้างทองดี |
71/5ถนนพูลศิริ 09-7265699 |
|
| 12 |
ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ |
นายมงคล เกตุกล้า |
18/1ถนนหน้าสถานี077-249020 |
|
| 13 |
ชุมชนสวนมังคุด |
นายสงัด สีแดงยิ่ง |
15 ถนนซอยเสริมสุข09-6515173 |
|
| 14 |
ชุมชนทองหลาง |
น.ส.ชุตินันท์ สุโกศล |
853ถนนขุนทองหลาง 09-7257898 |
|
| 15 |
ชุมชนหนองม่วง |
นายวิรัช ช่วยชูชาติ |
45ถนนหนองม่วง |
|
| 16 |
ชุมชนตลาด |
นายนรินทร์ อินทรพฤกษ์ |
2/4ถนนซอยอุดมพงษ์ 077-34422 |
|
ทั่วมูลทั่วไป- ฟื้นที่ในเขตเทศบาล 67.13 ตารางกิโลเมตร - จำนวนถนน 56 สาย ความยาว 63,822 เมตร - จำนวนถนนซอย 8 สาย ความยาว 9,000 เมตร - ถนนแอสพัลท์ 34 สาย ความยาว 54,822 เมตร - จำนวนท่อละบายน้ำ ค.ส. |