ประวัติเทศบาลตำบลนาสาร

เทศบาลตำบลนาสาร  ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี   ดินแดนจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันมีร่องรอยการอาศัยอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ  จากหลักฐานในทางโบราณคดีที่ได้ค้นพบ   เช่นเจดีย์  วิหารกำแพงเมือง  พระพุทธรูป  เทวรูป  เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ  ตลอดจนเครื่องประดับ  เช่น  ลูกปัดหิน  เป็นต้น   เม่าที่จะทำให้ในทางค้นคว้ายืนยันสนับสนุนหลักฐานความเป็นมาให้กระจ่างขึ้นในทางประวัติศาสตร์  แบ่งออกเป็น  สมัย

  สมัยก่อนประวัติศาสตร์

            คำว่าก่อนประวัติศาสตร์  เริ่มใช้ในภาษาไทยตั้งแต่  พ.. 2477  โดยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ใช้เป็นพระองค์แรก  หมายถึงในช่วงระยะที่วิวัฒนาการของมนุษย์มีความเจริญก่อนที่จะมีผู้ค้นพบตัวอักษรและปฏิทินขึ้นมาใช้ในท้องที่เทศบาลตำบลนาสาร   เมื่อ  พ.. 2498    กรมศิลปากร  ร่วมกรมทรัพยากรธรณี  และมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์   ได้ส่งเจ้าหน้าที่เป็นต้นว่า   ศาสตร์ตราจารย์หม่อมเจ้า  สุภุทรดิศ  ดิศกุล  ศาสตร์ตราจารย์ชิน  อยู่ดี   และศาสตร์ตราจารย์นายแพทย์สุด  แสงวิเชียร   พร้อมต้วยคณะเดินทางไปยังบริเวณถ้ำขรมตำบลนาสาร  ( ในเขตเทศบาล )     อำเภอบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฏร์ธานี  ระยะทางห่างที่ว่าการอำเภอ  และเทศบาลตำบลนาสาร  ประมาณ 3 กิโลเมตร  ได้กระเทาะกระดูกสัตว์ที่ติดอยู่กับผนังถ้ำ  และส่งกระดูกดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยฮาวาย   สหรัฐอเมริกา   ทำการตรวจวิเคราะห์  และได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นกระดูกสัตว์ตระกูลกวาง  และตระกูลวัว  ยุคไพลส์โตซีนซึ่งมีอายุประมาณ  11,400 ปี   ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในตู้กระจก   ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์  คณะแพทย์ศาสตร์  ศิริราชพยาบาลกรุงเทพมหานครนอกจากนี้ยังมีผู้ค้นพบขวานหินโบราณ (หินขวานฟ้า)ในบริเวณเหมืองแร่ขุนทองหลาง,ห้วยมุด, เหมืองทวด  และที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง  ขวานหินโบราณเป็นเครื่องมือของมนุษย์สมัยหินผู้พบบางท่านได้มอบให้กรมศิลปกรเก็บรักษาไว้ที่พิพิภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงเทพมหานคร  ปัจจุบัน

ในการสำรวจถ้ำขรมในขณะนั้นเป็นที่น่าเสียดายว่าคณะสำรวจไม่ได้พบกระดูกมนุษย์   เครื่องมือที่ใช้  พระพุทธรูป  เทวรูป  และสิ่งของอย่างอื่นที่นำไปสู่การวิเคราะห์ศึกษาถึงระวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ทั้งนี้เนื่องมาจากก่อนที่คณะสำรวจจะได้มาทำการตรวจค้นดังกล่าว  ทิ้งช่วงระยะเวลานาน  ได้มีคนอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การโค่น  ถางป่า  ทำไร่  ทำสวน  และสร้างที่อยู่อาศัย  การค้นหาของป่า  ล่าสัตว์  และความเจริญด้านต่าง ๆ ทำให้มีผู้คนเข้าไปขุดค้น  รื้นถอนทำลายแสวงหาของมีค่านำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

พระพุทธรูป  เทวรูป  พระพิมพ์  ที่ปรากฏมีผู้พบเห็นตลอดแนวภูเขาจากบริเวณวัดนาสาร  ไปจนถึงถ้ำเขาขรม  แต่ก่อนคงจะเป็นปูชนีย์สถานอันศักดิ์สิทธิ์  สำหรับประกอบพิธีกรมในทางศาสนาสำหรับชุมชนแห่งนี้  ปัจจุบันแทบไม่มีเหลือไว้ให้ดูเสียแล้ว  จึงเป็นการยากที่จะสืบเสาะค้นคว้านำมาศึกษาหาความรู้ต่อไป

 สมัยประวัติศาสตร์

            ประมาณพุทธศตวรรษที่  13  บริเวณรอบอ่าวบ้านดอนหรือที่ตั้งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีปัจจุบันประกอบด้วยแผ่นดินในท้องที่อำเภอไชยา  ท่าฉาง  อำเภอพุนพิน  อำเภอท่าขนอม ( คีรีรัฐนิคม ) อำเภอกาญจนดิษฐ์   และอำเภอเวียงสระ  บ้านนาสาร  เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย  ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เจริญขึ้นเมื่อประมาณ  พ. .  1200  มีอิทธิพลตั้งแต่เกาะสุมาตรา  ชวา  ถึงเหนือสุดของแหลมมลายู

            อาณาจักรศรีวิชัยมีความเจริญรุ่งเรืองมาก  ดังปรากฏในจดหมายเหตุหลวงจีนอี้จิง   ซึ่งได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมในอินเดีย   ในราวพุทธศตวรรษที่  13  ที่เขียนไว้ว่า  ได้แวะเกาะสุมาตรา  และกล่าวว่าในเกาะนี้มีชื่อประเทศ  “ ซีลีพุดซี ”  ซึ่งเป็นประเทศที่มีอารยธรรมสูงมาก  นับถือพระพุทธศาสนา นิการฝ่ายใต้  นอกจากนี้ยังกล่าวว่า  ได้ติดต่อกับอินเดียอย่างแพร่หลาย  มีเรือบันทุกสินค้าไปจำหน่ายยังเมืองต่าง ๆ ในอินเดียด้วย

            อาณาจักรศรีวิชัย  เป็นศูนย์กลางสินค้าเครื่องเทศ  มีเรือปั่นบรรทุกสินค้าไปขายยังเมืองโอมาน  ประเทศอาหรับ  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของพ่อค้าอาหรับ  แม้อาณาจักรศรีวิชัยจะรุ่งเรืองทางการค้า  มีอำนาจทางการเมือง  การปกครองกว้างใหญ่ไพศาล  โดยครอบครองหมู่เกาะทะเลใต้และคาบสมุทรไทย  แต่ไม่สามารถชี้ชัดลงไปว่าเมืองหลวงหรือราชธานีของอาณาจักรศรีวิชัยตั้งอยู่ที่ใด   มีผู้ใดสันนิฐานว่าอาจจะอยู่เมืองปาเล็มบัง   ในสุมาตร  หรือบริเวณแหลมมาลายู แต่สำหรับดอกเตอร์วอริตช์ เวลช์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษกล่าวว่า น่าจะเป็นเมืองไชยา  เพราะปรากฏหลักฐานด้านโบราณสถานจำนวนมาก  ที่เป็นมรดกตกทอดของสมัยศรีวิชัยที่สำคัญ  ศิลปะในสมัยศรีวิชัยเป็นรูปธรรม  สามารถมองเห็นได้ในหลักฐานที่คงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน  คือด้านสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดของเจดีย์วัดพระธาตุไชยาราชวรวิหาร  อำเภอไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมสลายลงในราวพุทธศตวรรษที่  17-18  อาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรืองอำนาจขึ้นทางตอนเหนือของกลุ่มลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  ขยายขอบเขตลงมาทางใต้  จนสามารถครอบครองดินแดนแหลมมาลายู

            ชุมชนบ้านนาสาร  หมายถึงเขตเทศบาลทั้งหมด  หรือบางส่วน  ที่จะกล่าวถึงนี้  เป็นการสันนิฐานจากสภาพแวดล้อมและความเป็นมา  ซึ่งอาจจะรวมเอาฟื้นที่ข้างเคียงที่ติดต่อกันในยุคนั้นรวมตัวกันขึ้นเป็นชุมชน  ขนาดหมู่บ้าน  หรือตำบล  ไม่เป็นชุมชนขนาดใหญ่เช่นเมือง  หรือนคร  เช่น  ที่เมืองไชยนคร  และเมืองท่าทอง  ( กาญจนดิษฐ์  ) ชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นครอบครัวเกษตรกรรม  อาศัยการเพาะปลูก  ทำไร่  ทำนา  หาของป่า  และจับสัตว์น้ำ  ปู  ปลา  นำมาเป็นอาหาร  ในบริเวณที่ราบลุ่มลำคลองฉวาง  ( คำว่าฉวาง  สว่าง  หรือหว่าง  หมายถึงสถานที่ที่มีชื่อเดียวกัน ) ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งคลองฉวางทั้งสองฝั่ง  คือ  หมู่บ้านนาสาร  สวนมังคุด  อู่มาดและบ้านคลองหา  นาเตรียะการกำหนดฝั่งคลองซ้ายขวานั้น  ให้หันหลังไปสู่ต้นน้ำ  หันหน้าไปสู่ปากน้ำ  ด้านขวามือเป็นฝั่งขวาและดานซ้ายมือเป็นฝั่งซ้าย  วัดสว่างตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของลำคลองฉวางวัดนาสารตั้งอยู่ฝั่งขวา

            วัดสว่างไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดสร้างในสมัยใด  จากเศษกระเบื้องถ้วยชามจำนวนมาก    อิบ  พระพุทธรูป  เทวรูป  ที่สร้างในสมัยสุโขทัย-อยุธยา  เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรให้ความเห็นว่าอาจนำมาจากที่อื่น  และวัดสว่างแห่งนี้คงจะเป็นท่าเรือ  ชาวบ้านยังได้พบเชือกเรือขนาดใหญ่พร้อมกับได้พบซากเรือใหญ่  อยู่ในบึงหรือหนองน้ำ  มีผู้ให้ความว่าชื่อ “ อู่มาด “ คงจะมาจากสาเหตุนี้  ในยุคต่อมาประมาณ  พ.. 2460 – 2465  ลำคลองฉวางยังใช้เดินเรือค้าขาย  แม้ว่าบางตอนน้ำตื้นเขนไปบ้างก็ยังสามารถใช้ค้ำถ่อนำเรือขึ้นไปถึงบ้านวังหิน  ต่อมาทางรถไฟสะดวกกว่าจึงหันมาใช้ทางรถไฟและลำคลองก็ตื้นเขินใช้เดินเรือไม่ได้

            วัดนาสารตั้งอยู่ฝั่งขวาของลำคลองฉวางหรือสว่า  หรือ  หว่าง  ติดกับภูเขาด้านตะวันออก  ลำคลองด้านทิศใต้และทาง ( ถนนปัจจุบัน ) ทิศตะวันตก  ใกล้เคียงกับทุ่งนาสาร  ทุ่งนาขนาดใหญ่  พระครูโศภิตคุณานันท์  ได้รวบรวมโบราณวัตถุ  จากถ้ำวัดนาสารและบริเวณภูเขา  เช่น  เศียรพระพุทธรูปเทวรูปและชิ้นส่วนอื่น ๆ  หลายชิ้นนำมาแสดงที่หน้าพระอุโบสถวัดนาสาร  ไม่ให้เด็กนำไปเล่นโดยไม่สมควร  วัตถุโบราณดังกล่าวมีอายุถึงสมัยศรีวิชัย  สุโขทัย  อยุธยา  ลักษณะคล้ายกับบริเวณที่วัดสว่าง  วัตถุโบราณจำนวนมากและสูงค่าเช่นนี้  จะนำมาโดยคนจำนวนน้อย  คนสองคนย่อมเป็นไปไม่ได้  นอกจากนำมาด้วยขบวนคนจำนวนมากนำมาประดิษฐานไว้ในการประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาของหมู่บ้านหรือชุมชน  นอกจากนี้ในบริเวณวัดนาสารยังมีผู้ค้นพบพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมกลีบบัว  ขนาดย่อมกว่าฝ่ามือเล็กน้อย  สร้างตามแบบคติหาญนา  มีพระพุทธเจ้าประทับอยู่กลางและมีสาวกซ้าย  ขวา  บรรจุลวดลายอยู่ในซุ้มอย่างสวยงาม  พระพิมพ์ดังกล่าวยังมีผู้พบที่ถ้ำเขาขรมอีกเป็นจำนวนมาก  แต่ถ้ำเขาขรมเป็นแบบดินดิบ  เสียดายที่วัตถุโบราณที่อาจารย์พระครูโศภิตคุณานันท์  ตั้งแสดงไว้ในวัดนาสารคราวนั้นมีอันถูกหยิบฉวยเลื่อนย้ายไปจนหมดสิ้น

            จากเรื่องราวดังกล่าว  พอจะนำมาพิจารณาได้ว่า  ชุมชนนาสารแห่งนี้  เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มหนึ่ง  ที่นับถือศาสนาพุทธ  พรามณ์  จนถึงขั้นลงมือก่อสร้าง  ดัดแปลงภูเขาขรม  ถ้ำเขาวัดนาสาร  และวัดสว่าง  เป็นปูชนียสถานเอาไว้สำหรับประกอบพิธีสำคัญในวันสำศัญทางศาสนาเพราะที่ถ้ำเขาขรมนั้น  มีพระนอนขนาดใหญ่  อยู่ภายในถ้ำ  ติดกับผนังถ้ำ  มีพระพุทธรูปบูชาเรียงรายอยู่รอบ ๆ  ด้านหน้าถ้ำทางทิศตะวันตก  มีที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ไปจนถึงหมู่บ้านอู่มาด  สวนมังคุดปัจจุบัน  และวัดสว่าง   ท่าเรือริมคลองฉวางในสมัยนั้น  ฟื้นที่นาขนาดใหญ่และลำคลองที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้

            การค้นคว้าสืบเสาะหาหลักฐานเกี่ยวกับความเป็นมาให้ä´éข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นกระทำได้ยาก  ศาสตราจารย์มานิต  วัลลิโภคม  ภัณฑารักษ์พิเศษจากกรมศิลปากรเคยสำรวจถ้ำเขาขรมแห่งนี้หลายครั้ง  ตามรายงานของนายวิม  มติธรรม  อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลนาสาร  ท่านได้ให้ขอคิดเห็นในการดำเนินการอนุรักษ์  หรือขุดค้นเพื่อการศึกษาว่า  เรายังไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการอย่างอารยประเทศที่มีสถาบัน  เพื่อการค้นคว้าศึกษาในทางโบราณคดีโดยเฉพาะ  และมีเงินทุนมากกว่าเรา

 อำเภอลำพูน – อำเภอบ้านนาสาร

            การตั้งชื่อหมู่บ้าน  ตำบล  และอำเภอ  หรือจังหวัดนั้น  อาศัยหลักเรียกตามชาวบ้านชาวเมืองที่เรียกกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม  หรือตามลักษณะภูมิประเทศ  แม่น้ำลำคลอง  ภูเขา  การสัญจรไปมา  และสิ่งแวดล้อมของสถานที่นั้น ๆ อำเภอลำพูน  แขวงเมืองไชยา ( เก่า ตั้งอยู่ในบริเวณคลองลำพูน ( คลองพุน คลองลำพูนเป็นชื่อทางราชการเมื่อตั้งเป็นอำเภอจึงเรียกชื่อว่า “อำเภอลำพูน” ตามไปด้วย

            อีกประการหนึ่ง  ต้นน้ำลำคลองลำพูนนี้เกิดจากเขาพุน  อยู่ในทิวเขาหลวงด้านทิศตะวันออก  ปัจจุบันอยู่ในบริเวณบ้านปลายน้ำ  ตำบลลำพูน  อำเภอบ้านนาสาร   จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เขาพุนนี้  มีแร่เหล็กอย่างดี  ในสมัยก่อนผู้คนจากท้องที่ต่าง ๆ ในบริเวณใกล้และไกลจากเมืองไชยา  นครศรีธรรมราช  และที่อื่น ๆ กล่าวว่าเหล็กพุนเป็นเหล็กกล้าชั้นเยี่ยม  เมื่อนำมาถลุงแล้วเอาไปตีเป็นมีดดาบใช้ในราชการสงคราม  หรือนำไปใช้เป็นเครื่องมือ  ในการเกษตร  มีด  พร้า  จอบ  มีความคมแข็งแกร่งทนทาน  ใช้งานได้ดี  เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสมัยก่อน  เตาถลุงเหล็กคือบ้านทุ่งเตาในปัจจุบันชื่ออำเภอลำพูน  คลองลำพูน  ก็คงจะมาจากเหล็กพุน  จากเขาพุน  ด้วยประการฉะนี้

            สภาพทั่วไปของนาสาร  ในขณะที่อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอลำพูนจากจดหมายระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักป์ใต้กล่าวถึงอำเภอลำพูนว่าวันที่  27 กรกฎาคม  2458  เสด็จ ฯ  โดยทางรถไฟจากนครศรีธรรมราช  ไปประทับพระตำหนักสวนสราญรมย์   ตำบลท่าข้ามแขวงเมืองไชยา  ( สุราษฎร์ธานี ) ในท้องที่อำเภอทุ่งสงและอำเภอฉวาง  แขวงเมืองนครศรีธรรมราช  แลท้องที่อำเภอลำพูน  จนถึงท่าข้าม  ( พระตำหนักสราญรมย์ แขวงเมืองไชยา  ซึ่งเสด็จผ่านมาในวันนี้อยู่

ลุ่มแม่น้ำหลวง  ( ตาปี มีลำคลองใหญ่มาก  ซึ่งไหลมาจากเขา  มาบรรจบแม่น้ำหลวงไหลลงมาทางเมืองไชยา  ( บ้านดอน ออกทะเลตะวันออกบ้าง  ไหลมาทางแม่น้ำเมืองตรังออกทะเลตะวันตกบ้าง  สองทางรถไฟเป็นป่าไม้ต่าง ๆ  บางแห่งเป็นทุ่ง  บางแห่งเป็นนา  โดยส่วนมากเป็นที่ราบแลเห็นภูเขาห่าง ๆ ตามตำบลที่ประชุม  มีกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ราษฎร  มาเฝ้าทูลละอองพระบาท  จุดธูปเทียนถวายสักการะ  พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา  นักเรียนตั้งแถวร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นั้นคือสภาพของท้องที่อำเภอลำพูน  หรือนาสาร  ในปัจจุบันตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากนครศรีธรรมราชโดยทางรถไฟไปยังพระตำหนักสราญรมย์  สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี  และที่ตั้งโรงพยาบาลสวนสราญรมย์  ตำบลท่าข้าม  ในขณะทรงประทับ  ณ  พระตำหนักสราญรมย์นั้น  มหาอำมาตย์ตรีพระยาคงคาธราธิบดีและพร้อมภรรยา  จัดพระพุทธรูป  แลเทวรูปพิมพ์ที่หาได้ในถ้ำขรม  ( ตำบลนาสาร )   อำเภอลำพูน   น้อมเกล้า ฯ  ทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อมาชื่อ  “ อำเภอลำพูน ”  ที่ตั้งอยู่ในตำบลบ้านนา  และมีสถานีรถไฟบ้านนาอยู่ใกล้กัน  ประชากรทั่วไปมักจะใช้คำว่า “ บ้านนา ” มากกว่า “ ลำพูน ”  เพราะสะดวกกว่าและนิยมใช้กันมากขึ้น  การเดินทางโดยรถไฟใช้กันมาก  การใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำ  เช่น  เรือแพ  ลดน้อยลง  ลำคลองตื้นเขินไม่สะดวกเพื่อความเหมาะสม  และเหตุผลประกอบดังกล่าว  ทางราชการจึงประกาศใช้ชื่อว่า  “ อำเภอบ้านนา ”แทนชื่อ  อำเภอลำพูน  ตั้งแต่วันที่  29  เมษายน  2460  เป็นต้นมา

 อำเภอบ้านนาสาร

                เมื่อวันที่  กรกฎาคม  2481  ทางราชการได้ย้ายที่ตั้งอำเภอจากตำบลบ้านนา  ไปตั้งที่ตลาดนาสาร  ตำบลนาสาร  โดยรื้อย้ายตัวอาคารทั้งหลังแยกเป็นส่วน ๆ นำไปก่อสร้างลงในที่ตั้งที่ว่าการอำเภอบ้านนาสารปัจจุบัน  ในรูปแบบตัวอาคารเดิม  การก่อสร้างเคลื่อนย้ายดังกล่าวเสร็จสิ้นและทำพิธีเป็นทางการ  ขนานนามอำเภอใหม่ว่า “ อำเภอบ้านนาสาร ” เมื่อวันที่  20  เมษายน  2482  เหตุผลที่ว่า  ตำบลนาสารมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  เช่น  เหมืองแร่  ป่าไม้  มีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  กิจการเหมืองแร่ดีบุก  วุลแฟรม  ตลอดจนกิจการการค้าประสบผลสำเร็จขยายตัวตามไปด้วย ประกอบกับตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม  ในบริเวณชุมชนตลาดนาสารและใกล้กับสถานีรถไฟนาสาร

 เทศบาลตำบลนาสาร

            ก่อนจะเป็นเทศบาล  มีฐานะเป็นตำบล ๆ หนึ่ง  ทำไมจึงใช้ชื่อว่า  “ นาสาร ” เรื่องนี้มีผู้เสนอและได้อภิปรายอย่างกว้างขว้างมาแล้ว  พอจะรวบรวมได้ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1.ชื่อตามทุ่งนาสาร  ซึ่งเป็นทุ่งนาขนาดใหญ่  อยู่ในหมู่บ้านคลองหา – นาเตรียะ  โรงเรียนเทศบาลคลองหา  และวัดนาสารบนฝั่งขวาลำคลองฉวาง  ( คลองหวาง )

2.มีแร่มาก  แร่  คือ  สาร  อันเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีค่า  มีอย่างมากมายทุกตารางนิ้ว  ในอำเภอบ้านนาสาร  เพียงแต่ว่าจะพอกับการลงทุนหรือไม่  ในอดีตเป็นแหล่งแร่ดีบุก  วุลแฟรม  ที่ทำรายได้ให้แก่ผู้ลงทุน  และประเทศไทยในรูปภาษีอากร  กรมทรัพยากรธรณี  โดยนักธรณีวิทยา  นาย สมัคร บุราวาศ  ได้มาทำการสำรวจระหว่าง  พ. 2480 – 2482 บอกว่าที่นาสารมีแร่มากมายหลายร้อยชนิด การมีแหล่งแร่มากเหมือนกับเป็น   “ นาแร่ ”หรือ” นาสาร ” นั่นเอง

3.ช้างมาก  ก่อนจะเป็นอำเภอบ้านนาสาร  ด้วยการย้ายอำเภอบ้านนาสาร  มาตั้งแต่ตำบลนาสารนี้มีช้างป่าชุกชุม  โขลงช้างป่าจะปรากฏทำลายเรือกสวนไร่นา  ผลอาสิน  และทำร้ายผู้คนบาดเจ็บเสียชีวิต  อยู่เสมอ  ระหว่าง  พ. ศ  2480  นายวาศ์  มีดี  ผู้ใหญ่บ้านยังได้ตั้งคอกจับช้างที่บ้านห้วยใหญ่กับห้วยมุด  ( เขตเทศบาล ) จับช้างได้หลายเชือก  คำว่าช้างสาร  หมายถึง  ช้างใหญ่ จำนวนช้างมากก็เป็นนาของช้าง  จึงเรียก “ นาสาร ”

4.นาสารนี้  ถ้าทำนาจะได้ข้าวสารมากกว่าที่อื่น เพราะดินดี  มีความอุดมสมบูรณ์  น้ำก็ดีแต่ถ้ามองตามสภาพความเป็นจริงแล้ว  ฟื้นที่ในการทำนาของตำบลนาสารมีน้อย  ผลิตข้าวขึ้นมาไม่พอแก่การบริโภคของคนในท้องที่  ต้องอาศัยข้าวจากอำเภอไชยา  ท่าฉาง  และที่อื่นมาบริโภคหรือจะแก้ปริศนาว่า  ที่นี่ไม่ต้องคิดทำนาข้าวเปลือกให้ยากเลย  เอาเงินไปซื้อข้าวสารเขามากินดีกว่าด้วยการให้ชื่อว่า  “ นาสาร ”

 

 

  รายนามคณะเทศมนตรีตำบลนาสาร

      ตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน

 

       ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   20  สิงหาคม    2485  -  วันที่  10  กันยายน  2486

                            1.  นายขำ                 เพชรเมือง                      เป็นนายกเทศมนตรี

                            2.  นายอิ่ม                 บุญอินทร์                       เป็นเทศมนตรี

                            3.  นายชม                 หนูศรีแก้ว                      เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   11  กันยายน   2486 - วันที่  พฤษภาคม  2492

                        1.  นายบุญสม                ชูลวัสดิ์                          เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายชม                     หนูศรีแก้ว                      เป็นเมศมนตรี

                        3.  นายประเสริฐ              อารยะกุล                       เป็นเทศมนตรี

                        4.  นายเคล้า                   สุดเลิศ                          เป็นเทศมนตรี

                        5.  นายกัน                     ชูนาม                            เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 3   สมัยที่  3    ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   5    พฤษภาคม  2492 – วันที่  17  มิถุนายน  2496

                        1.  นายนวน                   สุพัฒน์กุล                      เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายกัน                     ชูนาม                            เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายวิม                     มติธรรม                         เป็นเทศมนตรี

                        4.  นายขาม                   รักชาติ                           เป็นเทศมนตรี

                        5.  นายเคล้า                  สุดเลิศ                             เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ สมัยที่  4   ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   17   มิถุนายน   2436 – วันที่  30  พฤษภาคม  2501

                        1.  ..เขียว                   พูลศิริ                           เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายเคล้า                  สุดเลิศ                           เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายกัน                     ชูนาม                           เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ สมัยที่  5   ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   31  พฤษภาคม   2501 – วันที่  กันยายน  2506

                        1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายเริ่ม                    เดชเสน่ห์                       เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   6   กันยายน    2506 – วันที่  17  พฤษภาคม  2511

                        1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายเคล้า                  ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายเริ่ม                    เดชเสน่ห์                       เป็นเทศมนตรี

        ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  17  พฤษภาคม  2511 - วันที่  29  ธันวาคม  2515

                        1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายเสน่ห์                 บุญษร                           เป็นเทศมนตรี

        ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   29  ธันวาคม  2515 - วันที่  30  ธันวาคม  2517

                        1.  นายเที่ยว                  เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายเสน่ห์                 บุญษร                           เป็นเทศมนตรี

        ชุดที่ สมัยที่  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  30  ธันวาคม  2517 – วันที่  เมษายน  2519

                        1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

                        3.  ...สุพร               พุทธารักษ์                      เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 10  สมัยที่  10  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  เมษายน  2519 – วันที่  กันยายน  2519

                        1.  นายเที่ยว                  เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

3.  ...สุพร               พุทธารักษ์                      เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 11 สมัยที่  11  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  กันยายน  2519 – วันที่  17  มิถุนายน  2523

1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

3.  ...สุพร               พุทธารักษ์                      เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 12 สมัยที่  12  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  17  มิถุนายน  2523 – วันที่  28  กรกฎาคม  2528

1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

2.  นายสวาท                 ช่วยปลอด                      เป็นเทศมนตรี

3.  ...สุพร               พุทธารักษ์                      เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 13 สมัยที่  13  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  28  กรกฎาคม  2528 – วันที่  ตุลาคม  2533

                        1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายเขี้ยง                  เกิดนาสาร                     เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายโกศรี                  บุญเจริญ                       เป็นเทศมนตรี

                        4.  ...สุพร               พุทธารักษ์                      เป็นเทศมนตรี

        ชุดที่ 14 สมัยที่  14  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  ตุลาคม  2533 – วันที่  9   ตุลาคม   2536

1.  นายนุกูล                   เวียงวีระ                        เป็นนายกเทศมนตรี

2.  นายทัศนะ                ทองตากรณ์                   เป็นเทศมนตรี

3.  นายสุรศักดิ์               ภู่วิทยาธร                       เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 15 สมัยที่  15  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่วันที่  ตุลาคม  2536 – วันที่  26  พฤศจิกายน  2538

                        1.  นายทัศนะ                ทองตากรณ์                    เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสุรศักดิ์               ภู่วิทยาธร                       เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายอาทิตย์               มติธรรม                         เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 16 สมัยที่  16  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  27  พฤศจิกายน  2538 – วันที่ 14  กันยายน  2541

                        1.  นายสวัสดิ์                 เกษกล้า                         เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายโกศล                 ศุทธางกูร                       เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายสุวรรณ               เจนนพกาญจน์               เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 17 สมัยที่  17  ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่  16  กันยายน  2541 – วันที่ 11  ธันวาคม   2541

1.  นายสวัสดิ์                 เกษกล้า                         เป็นนายกเทศมนตรี

2.  นายสุวรรณ               เจนนพกาญจน์               เป็นเทศมนตรี

3.  นายบำรุง                  จิตตอารี                        เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 18 สมัยที่  18  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่  18  ธันวาคม  2541 – วันที่  28  มีนาคม   2542

                        1.  นายสุวรรณ               เจนนพกาญจน์               เป็นนายกเทศมนตรี

                        2.  นายสุวรรณ               เจนนพกาญจน์               เป็นเทศมนตรี

3.  นายบำรุง                  จิตตอารี                         เป็นเทศมนตรี

       ชุดที่ 19 สมัยที่  19  ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่   29  มีนาคม – วันที่  24   ธันวาคม   2546

                        1.  นายสุวรรณ               เจนนพกาญจน์               เป็นนายกเทศมนตรี

                        2. นายสุรศักดิ์                ภู่วิทยาธร                       เป็นเทศมนตรี

                        3.  นายเกรียงศักดิ์          บุญกล่อม                       เป็นเทศมนตรี

 

 

 สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลนาสาร

ข้อมูลทั่วไป

เทศบาลตำบลนาสาร    เดิมเป็นตำบลหึ่งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอบ้านนาสาร    จังหวัดสุ –ราษฎร์ธานี   เนื่องจากท้องที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่ประกอบไปด้วยพืชพรรณธัญญหาร   และแร่ธาตุ  จึงมีประชากรต่างถิ่นเคลื่อนย้ายมาสร้างบ้านเรือนทำมาหากิน  เช่น  ทำกิจกรรมเหมืองแร่  ทำสวนยางพารา  สวนไม้ผลนานาชนิด  ทำให้ตำบลนาสารมีประชากรหนาแน่น  การค้าขายเจริญรุ่งเรือง  เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ  พร้อมทั้งยังเป็นที่ตั้งของส่วนราชการและสถานศึกษา

            ด้วยองค์ประกอบดังกล่าว  ในปี  พ.ศ  2483 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลนาสารขึ้นเพื่อความสะดวกในการบริหารและการปกครอง  แต่เนื่องจากมีฟื้นที่กว้างขวางเกินกว่าที่จะปกครอง  ควบคุมดูแลได้ทั่วถึงดังนั้นในปี  พ.ศ  2484  มีพระราชกฤษฎีการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลนาสาร  เพื่อความจำเป็นในทางการบริหาร  คงเหลือฟื้นที่ทั้งหมดจนถึงปัจจุบันจำนวน  67.13  ตารางกิโลเมตร

 

·       สภาพทั่วไปและข้อมูลฟื้นฐานของท้องถิ่น

·       สภาพทั่วไป

·       ลักษณะที่ตั้ง / อาณาเขตของการปกครอง

 

§       ลักษณะที่ตั้ง

เทศบาลตำบลนาสาร  ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอบ้านนาสาร  ระหว่างเส้นรุ้งที่  9 “ 8” 15”  เหนือเส้นแวงที่  99” 22” 6”  ตะวันออก  ห่างจากตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันตกตามทางหลวง  หมายเลข   4009 ประมาณ  40  กิโลเมตร  และระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร  ประมาณ  684  กิโลเมตร

 

§       อาณาเขต

เทศบาลตำบลนาสาร  มีฟื้นที่ทั้งหมด  67.13  ตารางกิโลเมตร  มีอาณาเขตติดดังนี้  ( คัดจากราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  58  ตอนที่  46  วันที่  กรกฎาคม  2484 )

       -  ด้านเหนือ   ตั้งแต่หลักเขตที่  ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตตำบลท่าชี  ตัดกับเส้นเขตตำบลบ้านนา  และตำบลนาสารอำเภอบ้านนาสาร  ริมฝั่งใต้คลองหา  เลียบเส้นเขตตำบลบ้านนาใต้ไปทางทิศตะวันออก  จดหลักเขตที่  ซึ่งตั้งที่เส้นเขตตำบลบ้านนา  ตัดกับเส้นเขตตำบลนาสาร  และตำบลทุ่งเตา   อำเภอบ้านนาสาร

    จากหลักเขตที่  เลียบเส้นตำบลทุ่งเตาด้านใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  จดหลักที่  ซึ่งตั้งอยู่ที่เส้นเขตตำบลทุ่งเตา  ตัดเส้นเขตตำบลนาสาร  และตำบลลำพูน  อำเภอบ้านนาสาร

     -  ด้านตะวันออก   จากหลักเขตที่  เลียบเส้นเขตตำบลลำพูนด้านตะวันตกไปจดเขาหัวแดง  ซึ่งเป็นเส้นเขตติดต่อระหว่างตำบลนาสารกับตำบลลำพูนลงมาทางทิศใต้สุดเขาหัวแดงจดหลักเขตที่  4

     จากหลักเขตที่  เป็นเส้นตรงตั้งฉากกับคลองฉวาง  ข้ามคลองฉวางลงมาทางทิศใต้จดหลักเขตที่  ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองฉวางฝั่งใต้

     จากหลักเขตที่  เลียบริมคลองฉวางฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออก  จดหลักเขตที่  ซึ่งตั้งอยู่ที่สันเขาหน้าบ้านทางทิศเหนือสุด

     จากหลักเขตที่  ตัดตามแนวสันเขาหน้าบ้านลงมาทางทิศใต้  จนสุดเขาหน้าบ้านสุดหลักเขตที่  7

     จากหลักเขตที่  เลียบเส้นเขตตำบลลำพูน  ด้านติดต่อกับตำบลนาสารไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จดหลักเขตที่  ซึ่งตั้งอยู่ที่เส้นเขตตำบลลำพูนตัดกับเส้นเขตตำบลนาสาร  และตำบลพรุพี  อำเภอบ้านนาสาร

     - ด้านใต้  จากหลักเขตที่  8 เลียบเส้นเขตตำบลพรุพีด้านเหนือไปทางทิศตะวันตกข้ามเขาถ้ำขรมแล้วเลียบฝั่งเหนือคลองวังช้างจดหลักเขตที่  ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตตำบลพรุพี  ตัดกับเส้นเขตตำบลท่าชีและตำบลนาสาร 

     - ด้านตะวันออก  จากหลักเขตที่  เลียบเส้นเขตตำบลท่าชีด้านตะวันออกติดต่อกับตำบลนาสารไปทางทิศเหนือบรรจบหลักเขตที่  1

 

 

เขตปกครองและบริหาร เทศบาลตำบลนาสาร แบ่งเขตการปกครองและการบริออกเป็น 16 ชุมชน

ลำดับ

ชื่อชุมชนในเขตเทศบาล

ชื่อประธานชุมชน

ที่อยู่ปัจจุบัน/โทรศัพท์ของประธานชุมชน

รายชื่อ/โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่เทศบาล ซึ่งได้รับมอบหมายรับผิดชอบงานพัฒนาชุมชน

1

ชุมชนซอยร่วม

นางวาสนา อุตมางกูร

9 ถนนซอยร่วมใจ 077-341241

นางศุภมาส ขุนทอง

2

ชุมชนทุ่งคาเกรียน

นายบุญเกิด บุญกล่อม

17/4 ถนนเหมืองทวด077-249639

นักพัฒนาชุมชน 6

3

ชุมชนท่าพลา

นายสมเดช  โปอินทร์

1ถนนท่าพลา 077-249128

เบอร์โทรศัพท์

4

ชุมชนห้วยมุด

นายพิชัย ทองคลอด

67/58  ถนนห้วยมุด  01-9565317

ที่ทำงาน 077-341021

5

ชุมชนอู่มาด

นายจำรัส กองประดิษฐ์

559/2ถนนอู่มาต077-341563

ที่บ้าน 077-341776

6

ชุมชนวังหล้อ

นายเจริญ บุญฉิม

373ถนนวังหล้อ077-344003

 

7

ชุมชนคลองหา

นายจรูญ เพ็ชรชิต

73/3ถนนคลองหา077-249739

มือถือ 09-8732314

8

ชุมชนนาเตรียะ

นายประวิทย์ เพชรชิต

28/1ถนนคลองหา077-249022

 

9

ชุมชนเหมืองแกะ

นางจินดา เทโพธิ์

7/2ถนนเหมืองแกะ077-344349

 

10

ชุมชนนายาง

นางวรางคณา กลับชัย

637/1ถนนอู่มาต 06-6864005

 

11

ชุมชนพูลศิริ

นายประเสริฐ สร้างทองดี

71/5ถนนพูลศิริ 09-7265699

 

12

ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ

นายมงคล เกตุกล้า

18/1ถนนหน้าสถานี077-249020              

 

13

ชุมชนสวนมังคุด

นายสงัด สีแดงยิ่ง

15 ถนนซอยเสริมสุข09-6515173

 

14

ชุมชนทองหลาง

..ชุตินันท์ สุโกศล

853ถนนขุนทองหลาง 09-7257898

 

15

ชุมชนหนองม่วง

นายวิรัช ช่วยชูชาติ

45ถนนหนองม่วง

16

ชุมชนตลาด

นายนรินทร์ อินทรพฤกษ์

2/4ถนนซอยอุดมพงษ์  077-34422

 

 

   ทั่วมูลทั่วไป

     -  ฟื้นที่ในเขตเทศบาล                        67.13   ตารางกิโลเมตร

จำนวนถนน                                   56        สาย   ความยาว              63,822  เมตร

จำนวนถนนซอย                             8          สาย   ความยาว              9,000    เมตร

ถนนแอสพัลท์                                34        สาย   ความยาว              54,822  เมตร

จำนวนท่อละบายน้ำ ค..